Sangtakieng.com

เคล็ดไม่ลับ เส้นทางสู่วิทยากรมืออาชีพ

วิทยากรคือใคร
วิทยากรคือผู้ถ่ายทอดความรู้หรือพัฒนาความสามารถให้กับผู้เข้าร่วมฝึกอบรม โดยใช้วิธีการ กลยุทธ์หรือสื่อประกอบที่เกี่ยวข้องเข้าช่วย ทั้งนีเพื่อหวังผลขั้นปลายให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมมีความรู้ มีความสามารถตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรนั้น

   

องค์ประกอบขั้นต่ำของการฝึกอบรม สัมมนา
 วิทยากรผู้ฝึกสอน
 ผู้เข้าร่วมฝึกอบรม สัมมนา
 สื่อการสอน ซึ่งหมายรวมถึงเอกสารนำเสนอ อุปกรณ์ ภาพ สถานที่ เป็นต้น
 ช่วงเวลา
 สถานที่
 สิ่งแวดล้อม แสงสว่าง ร้อนหนาว เสียงดัง สิ่งเร้าภายในและสิ่งเร้าภายนอก ฯลฯ

องค์ประกอบแรก : วิทยากรผู้ฝึกสอน
ก้าวแรก-ทำความรู้จักตนเองเสียก่อน เราคือใครจบสาขาอะไรมาและถนัดจะเป็นวิทยากรเกี่ยวกับกลุ่มความรู้ใด จากนั้นให้เริ่มหาความรู้และสร้างความสามารถให้ตนเองเป็นลำดับขั้นโดยมีเป้าหมายที่รู้จริงและมีความสามารถจริง อย่าสร้างปมปลอม
ความรู้ได้มาจากการเรียนเขียนอ่าน ฟังบรรยาย สอบถามจากผู้รู้ ดูงานหรือเรียนรู้ภาคสนาม ส่วนความสามารถต้องได้มาจากการปฏิบัติจริงภายใต้คำแนะนำของพี่เลี้ยง มาถึงตรงนี้อยากให้เข้าใจอย่างตรงไปตรงมา ว่าหากต้องการเป็นวิทยากรต้องมีทั้งความรู้และความสามารถ จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดเสียไม่ได้...นี่คือก้าวแรกสู่เส้นทางวิทยากรครับ

ลำดับที่สอง-ค้นหาวิทยากรต้นแบบที่เราประทับใจ 4-5 คน และลองถามตนเองว่าทำไมเราจึงประทับใจกับต้นแบบแต่ละคน มาจากสิ่งใด :
แม่นยำในข้อมูล

พูดได้ชัดเจน ไม่ก้ำกึ่ง พูดทะลุกลางปล้อง กล้าได้กล้าเสียผิดเป็นผิด-ถูกเป็นถูก ฟังได้ชัดเจนไม่อ้อแอ้เครือในลำคอ

ยืนบรรยาย ไม่นั่งเฝ้ามองกระดาน คุยกับกระดานหรือเฝ้ามองเพียงแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนเกินงาม
บริหารเวลาบรรยายได้ดี ไม่ลืมคุยเรื่องที่เป็นแก่น เรื่องที่เป็นสาระสำคัญของเนื้อหาสลับกับเรื่องผ่อนคลายบ้างบางช่วงตอน
ตกลงต้นแบบที่ประทับใจเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องเลือกและผสมผสานมาเป็นแบบเฉพาะตัวของเราเอง...ในที่สุด

ลำดับที่สาม-เลือกหลักสูตรที่คิดว่าตนเองรู้มากที่สุด แม่นยำที่สุด ข้อมูลแน่นและรู้ดีที่สุดมาเป็นหลักสูตรอาจารย์ใหญ่...เขาเรียกหลักสูตรอาจารย์ใหญ่ครับ เช่นเดียวกันกับนักศึกษาแพทย์ครั้งไปชำแหละศพของอาจารย์ใหญ่นั่นแหละ ไม่ลืมว่าต้องเคารพและเทิดทูนในความเป็นอาจารย์ใหญ่ของศพไร้วิญญาณเหล่านั้นจริงๆ ครับ, ไม่มีเขาไม่มีเรา

การเตรียมตัวเป็นวิทยากรคงไม่ต่างกันนัก ต้องมีศรัทธาในวิชาการของหลักสูตรที่จะสอน, คุณต้องชำแหละหลักสูตรอาจารย์ใหญ่ให้รอบด้าน เรียนเขียนอ่านซ้ำ-ซ้ำ หากมี Work Shop หรือสาธิตประกอบการบรรยายหรือมีฝึกอบรมภาคสนามปนในหลักสูตรด้วยแล้ว จงฝึกในเรื่องเหล่านี้ให้เชี่ยวนะครับ หากตะกุกตะกัก...จงสำแดงเสียแต่ตอนเตรียมตัวนี้แหละ เมื่อไรลงสนามจริงต้องมั่นใจและนิ่งให้ได้ ท่องไว้สักร้อยครั้ง...ท่องไว้สักพันหนเลยครับว่า
 เตรียมลำดับการนำเสนอหลักสูตรให้ดี การบรรยายจะได้เป็นขั้นเป็นตอน ไม่แกว่ง
 อย่าหลงลืมที่พร่ำบอกว่าต้องเตรียมตัวให้รู้จริง..คนรู้จริงย่อมมั่นใจครับ
 กล้าก้าวแล้วต้องกล้าเดิน ยืนหน้าห้องไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีก ว่ากันให้จบหลักสูตร

บางคนแนะนำพวกพ้องแบบ "หลักลอยหรือไม้หลักปักเลน" ว่าก้าวแรกของการเป็นวิทยากรให้ฝึกพูดคนเดียวหน้ากระจกหรือทำอะไรแปลกๆ แผลงๆ ไม่ได้ยกตนข่มท่านหรอก แต่แนะนำว่าเลิกไปเลยครับ...มันยิ่งกว่านิทานลวงโลกเสียอีก ก้อจะทำไมเล่าเมื่อวิทยากรมันมาจากพรแสวง สร้างได้ครับ

ลำดับที่สี่ทวนสอบตนเอง-หลังจบการบรรยายแต่ละคราว ให้ทบทวนตนเองแบบสมดุลคือมองหาจุดแข็งจุดอ่อน จุดเด่นจุดด้อยของการบรรยายที่เพิ่งจะผ่านมา หากค้นหาเจอ...ถือว่าเป็นประโยชน์มากครับ เรื่องที่ดีต้องคงไว้ เรื่องใดไม่ค่อยจะแข็งแรงให้ปรับแก้ในคราวหน้า บอกตัวเองนะครับว่าเรายังเดินดินกินข้าวแกง ยังมีทั้งสองด้านปะปนคลุกเคล้า มองสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นธรรมชาติ มองอย่างเป็นธรรมดาและพัฒนาต่อไป บนสายทางข้างหน้านั่นแหละ...คือเส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพของคุณครับ

ลำดับสุดท้าย-หากหลักสูตรอาจารย์ใหญ่พอบรรยายไปได้ระดับหนึ่งแล้ว อย่าสาละวนอยู่ที่เดิมเชียวครับ เตรียมหลักสูตรต่อไปได้เลย, พอได้ยินอยู่บ้าง...ที่ว่า หลักสูตรแรกยังเอาไม่ค่อยจะไหว ดันไปข้างหน้าอีกขั้นก็พังกันพอดี

แนวคิดดังว่ามันถูกหรือเปล่า หากให้ตอบแบบกล้าได้กล้าเสียก็คือผิดครับและผิดถนัดเสียด้วย การที่บรรยายได้หลายหลักสูตรมันเป็นข้อได้เปรียบ ความรอบรู้จากการค้นคว้าเพิ่มพูน ยิ่งนานวันยิ่งแกร่ง...ยิ่งรู้มากยิ่งนิ่งและพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมืออาชีพในระดับที่สูงขึ้นต่างหากครับ

องค์ประกอบที่สอง ผู้เข้าร่วมฝึกอบรม สัมมนา : คลิ๊กตรงนี้
กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 92 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2321 คน
48784 คน
317501 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong