Sangtakieng.com
มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต (๒)
รณรงค์ แสงตะเกียง : รวบรวม เรียบเรียง

ครุฑดำเปลี่ยนเป็นเหยี่ยวดำ จ่าอากาศโทพิเชษฐ์เปลี่ยนเป็นเป็นพระเอกดาราทอง

พศ. ๒๕๐๖ จำต้องลาออกจากอาชีพทหารอากาศ ขณะมียศจ่าอากาศโท เนื่องจากการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ครุฑดำ ซึ่งถูกกล่าวหาว่านำสัญลักษณ์ตราครุฑมาใช้อย่างไม่เหมาะสม ครุฑดำจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นเหยี่ยวดำ หลังจากนั้นจึงใช้เวลาอย่างเต็มที่กับการแสดง ผลงานภาพยนตร์เรื่องต่อมาได้แก่ จำเลยรัก สิงห์ล่าสิงห์ ชุมทางเขาชุมทอง ฟ้าเคียงดิน จุฬาตรีคูณ โทรโศก วิมานไฟ ฯลฯ ในช่วงนั้นมิตรมีรายได้เข้าบัญชีธนาคารเฉลี่ยสัปดาห์ละหนึ่งแสนกว่าบาท ซึ่งเขาก็สละเวลาหนึ่งวันในแต่ละปีเพื่อไปชำระภาษีอากรให้กับภาครัฐ

         
      

พศ. ๒๕๐๘ มิตร ชัยบัญชาและพิสมัย วิไลศักดิ์ ได้รับพระราชทานรางวัลดาราทอง จากคุณสมบัติ ๔ ประการ คือ ศรัทธา หน้าที่ ไมตรี น้ำใจ
ต่อมาแสดงภาพยนตร์เรื่อง เงิน-เงิน-เงิน เป็นภาพยนตร์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ถ่ายทำด้วยฟิล์ม ๓๕ มม. ระบบซูเปอร์ซีเนสโคปสีอิสต์แมน ร่วมแสดงกับ เพชรา เชาวราษฎร์, ชรินทร์ นันทนาคร, สุมาลี ทองหล่อ, สุเทพ วงศ์กำแหง, อรสา อิศรางกูล ณ อยุธยา ทำรายได้มากเป็นประวัติการณ์ สืบเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้ มิตรและเพชรา ได้รับโล่รางวัลพระราชทานจากสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงเมื่อ พศ. ๒๕๐๙ ในฐานะที่ภาพยนตร์เรื่อง เงิน-เงิน-เงิน ทำรายได้สูงสุด

         

๑๓ มีนาคม พศ. ๒๕๑๐ มิตร ชัยบัญชา ขอเปลี่ยนนามสกุลที่อำเภอดุสิตตั้งชื่อสกุลว่า "ชัยบัญชา" หลังจากอยู่วงการภาพยนตร์ร่วม ๑๐ ปี โดยตามบัตรประชาชนใบใหม่ที่ออกให้เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พศ. ๒๕๑๒ หมดอายุวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๘ ใช้ชื่อและนามสกุลว่า พิเชษฐ์ ชัยบัญชา

มิตร ชัยบัญชาได้ผันตัวเองเข้าสู่การเมือง ในขณะนั้นมิตร ถือว่ามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้มิตรหวังว่าชื่อเสียงเหล่านี้จะสามารถชนะใจประชาชนเหมือนเช่นการแสดงภาพยนตร์ ทำให้ตัดสินใจหยั่งเสียงตัวเองเป็นครั้งแรกด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ในนามกลุ่มหนุ่ม เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๑ หาเสียงในเขตบางรัก ยานนาวา สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย แต่เขาก็ไม่ได้รับเลือก

ต่อมา ในปี ๒๕๑๒ ได้ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อพิสูจน์ความนิยมในตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ระดับท้องถิ่นอีกต่อไป เพราะเขาได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเขตพระนคร แข่งกับปราโมทย์ คชสุนทร แต่ก็ไม่ได้รับเลือกเป็นครั้งที่ ๒

จากการลงสมัครเลือกตั้งนี้เองทำให้เงินทองและทรัพย์สินของมิตรร่อยหรอลงไป พร้อมกับบ้าน ๑ หลังที่จำนองไว้กับธนาคาร เขาเก็บความผิดหวังไว้เงียบๆ เข้าป่าไทรโยคที่กาญจนบุรี ไปกับรังสี ทัศนพยัคฆ์และอีกความเจ็บปวดคือ หญิงคนรักได้ตีห่างจากไป หลังจากออกจากป่า เขาพยายามสู้ใหม่โดยเคลียร์คิวหนังอีก ๒ เรื่อง เรื่องแรกไปถ่ายที่ญี่ปุ่นอีกเรื่องไปถ่ายที่ปีนัง เขาได้รับงานหนังอีกหลายเรื่อง เช่นสมิงบ้านไร่ ทับเทวา จอมโจรมเหศวร สาวเครือฟ้า แสนรัก ฟ้าเพียงดิน ไอ้หนึ่ง ชาติลำชี ฯลฯ

   

เขารวบรวมที่ดินทั้งหมดที่มีอยู่จำนองกับธนาคารเอเชีย ๔ ล้าน ๖ แสนบาท และจำนองบ้านพักทั้ง ๓ หลังรวมทั้งขายที่ดินที่จังหวัดสระบุรีอีก ๗ แสนบาทนำเงินทั้งหมดไปซื้อที่ดินตรงเชิงสะพานผ่านฟ้า เนื้อที่ ๔๑๕ ตารางวา เพื่อลงทุนสร้างโรงภาพยนตร์ขนาดมาตรฐานเพื่อฉายหนังไทยโดยเฉพาะ และในปี พศ. ๒๕๑๓ นี้มิตรยังได้มีการแสดงภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่ฮ่องกงเรื่องอัสวินดาบกายสิทธิ์ โดยได้แสดงร่วมกับเดวิดเจียงและกว่างหลิง

ในปีเดียวกันนี้ ได้แสดงภาพยนตร์ร่วมกับเพชราอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ของรังสีทัศนพยัคฆ์ โดยร้องเพลงลูกทุ่งในเรื่อง ๒ เพลง จาก ๑๔ เพลง ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างสูง ฉายในกรุงเทพได้นานถึง ๖ เดือน ทำรายได้เฉพาะในกรุงเทพฯ มากกว่า ๖ ล้านบาท รายได้ทั่วประเทศกว่า ๑๓ ล้านบาท ปลุกกระแส มิตร-เพชราขึ้นมาอีกครั้ง และเกิดความนิยมเพลงลูกทุ่งในกรุงเทพเป็นปรากฏการณ์

   
มิตร-เพชร ในภาพยนตร์มนต์รักลูกทุ่งปี ๒๕๑๓

โครงการที่จะสร้างโรงภาพยนตร์ชัยบัญชาที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ตรงข้ามกับศาลาเฉลิมไทยได้กระทำพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว ในปีนี้นอกจากแสดงภาพยนตร์จีนกำลังภายในที่ฮ่องกงร่วมกับ เดวิดเจียงและกว่างหลิงแล้ว ยังเริ่มโครงการสร้างภาพยนตร์ของตนเองโดยทำหน้าที่ทั้งแสดงนำและกำกับการแสดงเองเป็นเรื่องแรก ในเรื่อง"อินทรีย์ทอง" โดยจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของอินทรีแดงหรือโรม ฤทธิไกร ที่ต้องออกสืบหาอินทรีแดงตัวปลอม โดยมีผู้ร่วมแสดงคือเพชรา เชาวราษฎร์เป็นวาสนา แฟนของโรม และครรชิต ขวัญประชารับบทเป็นอินทรีแดงปลอม การถ่ายทำดำเนินมาด้วยดีจนถึงปลายเรื่องในฉากสุดท้าย ที่ต้องเข้าปราบปรามคนร้ายแล้วก็ต้องหนีตำรวจออกจากรังของคนร้าย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ มิตรได้เลือกสถานที่ถ่ายทำที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี และตกลงการถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่องในเช้าวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๑๓ เวลา ๙.๐๐ นาฬิกา

      

มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต (ตอนที่ ๓) : คลิ๊กตรงนี้
กลับเมนูมิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต (ตอนที่ ๑) : คลิ๊กตรงนี้
กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
กลับเมนู บันทึกไว้ในแผ่นดินสยาม ภาพยนตร์มนต์รักลูกทุ่งปี ๒๕๑๓ : คลิ๊กตรงนี้

 

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 27 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2256 คน
48719 คน
317436 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong