Sangtakieng.com

 

 ๓

working at heights safety engineering
วิศวกรรมความปลอดภัยการทำงานบนที่สูง
ตอนที่สาม รถกระเช้าและการใช้รถกระเช้าอย่างปลอดภัย
 
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง
e-mail : sangtakieng@gmail.com mobile 093-7719222

 

 

 

รถกระเช้า Mobile Elevated Work Platform (MEWP) 
 

รถกระเช้า หมายความว่าเครื่องจักรซึ่งติดตั้งกระเช้าและกลไกยกกระเช้าสำหรับยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงและให้หมายความรวมถึงล้อเลื่อน รถลากจูง ยานพาหนะที่ติดตั้งกระเช้าและกลไกยกกระเช้าด้วย ตัวกระเช้าต้องมีทางเข้า ราวกั้นและแผ่นทึบกันของตกโดยรอบ แบ่งตามลักษณะใช้งานออกเป็นห้าประเภท

เนื่องจากการทำงานบนที่สูงมีศาสตร์วิชาและหลายอุปกรณ์ ให้เลือกใช้ตามสภาพงาน (hierarchy of control) ตัวอย่างเช่นเพลทฟอร์มถาวร นั่งร้าน กระเช้ายกคนที่ใช้ร่วมกับรถเครน กระเช้ากอนโดลาสำหรับทำงานบนผนังสูง การใช้สายบังคับระยะจำกัดพื้นที่ การใช้เชือกโรยตัวและการใช้อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก, รถกระเช้าก็เป็นหนึ่งในวิธีทำงานบนที่สูงซึ่งมีรายละเอียดและวิธีควบคุมเป็นแบบเฉพาะตัว สำหรับรถกระเช้าและการใช้งานจะกล่าวถึงในลำดับนี้

 

  1. รถกระเช้าแบบ เสากระโดง personal lift
  2. รถกระเช้าแบบ ขากรรไกร scissor lift
  3. รถกระเช้าแบบ บูมตรง telescopic boomlift
  4. รถกระเข้าแบบ บูมหักศอก articulated boomlift และ
  5. รถบรรทุกติดกระเช้ายกคน bucket truck


ส่วนที่หนึ่ง : บทนำและขอบเขตของเอกสาร  Introduction and Scope   

องค์ความรู้วิศวกรรมความปลอดภัยเกี่ยวกับรถกระเช้า หากมองในภาพรวมพบว่าถูกเขียนจากหลายหน่วยงาน สรุปได้ดังนี้


  • เอกสารที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิตและงานการตลาดของบริษัทผู้ผลิต : จุดเด่นของเอกสาร จะได้รายละเอียดข้อมูลทางวิศวกรรมของยีห้อและรุ่นนั้นๆ แบบจำเพาะเป็นเชิงลึกครบถ้วน ทว่าอาจมีคำโฆษณาในลักษณะสนับสนุนการขายแฝงรวมอยู่ด้วย ผู้ศึกษาค้นคว้าจึงต้องระมัดระวังและค้นคว้าเอกสารจากส่วนอื่นประกอบด้วย จากนั้นจึงประมวลผลความเข้าใจอีกครั้ง
  • เอก สารที่ออกโดยสถาบันทางวิชาการ : เอกสารจะให้ข้อมูลเชิงหลักการทางวิศวกรรมได้ดี เช่นเอกสารจะกล่าวถึงทฤษฎีหรือหลักการทำงานของรถกระเช้า ตัวอย่างเช่น มีรายละเอียดว่ารถกระเช้าแบบแขนตรงและรถกระเช้าแบบแขนหักศอก ทำงานตามทฤษฎีของคาน (lever theory) จุดศูนย์ถ่วงและทฤษฎีการล้มของรถกระเช้า ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้อาจมีข้อด้อยในการแนะนำเชิงปฏิบัติการ ว่าต้องบังคับรถแต่และประเภทด้วยวิธีการอย่างไร หรือจะกล่าวโดยง่ายก็คือเด่นหลักการแต่ด้อยวิธีการนั่นเอง
  • เอกสารที่ออกโดยสายผู้เชี่ยวชาญ : เอกสารจากสายงานนี้จะเน้น-how to do & how to operations-หมายถึงเมื่อมีรถกระเช้าแล้ว จะมีวิธีใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับหน่วยธุรกิจ โดยไม่เกิดอุบัติได้อย่างไร

ขอบเขตของเอกสาร : เนื่องจากเอกสารฉบับนี้ เริ่มขั้นตอนจากการศึกษาข้อมูลจากสามแหล่ง เก็บข้อมูลจากการฝึกภาคปฏิบัติ-ภาคสนามหลายปี แล้วจึงนำข้อมูลมาผนวกรวมเข้าด้วยกัน ขอบเขตของข้อมูลจึงเน้นที่วิธีใช้งานรถกระเช้าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นด้านหลัก จะอย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวแล้วข้างต้นว่าได้รวมทฤษฎีเชิงปฏิบัติการ หลักการและข้อมูลทางด้านวิศวกรรมเอาไว้ด้วย 

ส่วนที่สอง : ประเภทของรถกระเช้า Type of MEWP 
การสร้างรถกระเช้ามีสองลักษณะคือแบบมาตรฐาน ซึ่งหมายความว่าสร้างขึ้นภายใต้ที่มาตรฐานสากลกำหนด ตัวอย่างเช่น สร้างตาม AS-มาตรฐานออสเตรเลีย, CE-มาตรฐานยุโรป ฯลฯ และลักษณะที่สองคือสร้างตามเหมาะสมใช้งานซึ่งรถกระเช้าจะถูกออกแบบโดยวิศวกร ซึ่งในภาคปฏิบัติการมักเรียกว่ารถกระเช้าแบบพิเศษเฉพาะงาน ในที่นี้จะกล่าวถึงรถกระเช้าแบบมาตรฐานเท่านั้น 

 
ภาพประกอบ : รถกระเช้าแบบเสากระโดง ซ้าย-เป็นแบบพับเก็บ กางขาหยั่งและตั้งระดับน้ำก่อนใช้งาน ส่วนภาพขวา-เป็นแบบฐานสำเร็จรูป ไม่ต้องกางขาหยั่ง เพียงปรับระดับขาหยั่งก่อนใช้งานเท่านั้น

๒.๑

รถกระเช้าแบบเสากระโดง Personal Lift 

แม้รถกระเช้าแบบนี้จะสามารถสร้างได้หลายออฟชั่น คล้ายกับรถกระเช้าแบบอื่นๆ ก็ตาม แต่โดยข้อจำกัดเกี่ยวกับทิศทางการทำงาน ซึ่งหมายความว่าตัวกระเช้าสามารถทำงานได้เพียง ๒ ทิศทางเท่านั้นคือ ขึ้นและลงตามแนวดิ่ง ในทางปฏิบัติการจึงนิยมใช้เพียงรถกระเช้าขนาดเล็กและพับเก็บได้เท่านั้น ตัวอย่างของออฟชั่นที่สามารถสร้างได้เช่น
  • แบบใช้งานบนพื้นราบบดอัด : ออฟชั่นนี้นิยมใช้
  • ใช้งานบนพื้นที่ขรุขระ (rough terrain) : ไม่นิยมใช้
  • ขนาดเล็กทำงานบนเพลทฟอร์มได้คนเดียว : ออฟชั่นนี้นิยมใช้
  • ขนาดใหญ่ทำงานบนเพลทฟอร์มได้ ๒-๒ คน : ไม่นิยมใช้
  • เคลื่อนย้ายโดยเข็ญด้วยแรงคน : ออฟชั่นนี้นิยมใช้
  • เคลื่อนที่บนพื้นราบและบังคับเลี้ยวโดยกลไกต้นกำลัง : ไม่นิยมใช้
  • ทำงานบนขาหยั่ง (on base) : ออฟชั่นนี้นิยมใช้
  • ทำงานบนฐานล้อ (on wheel) : ไม่นิยมใช้
 

สรุปว่ารถกระเช้าแบบเสากระโดงออฟชั่นที่ใช้งานกันมากคือ แบบใช้บนพื้นที่ราบบดอัด มีขนาดเล็กทำงานคนเดียว พับเก็บขนย้ายได้ด้วยแรงคนและทำงานบนขาหยั่ง (on base not on wheel) 

การทำงาน

กระโดงซ้อนกัน ๓ ท่อน เคลื่อนที่ยืดหดได้ ตัวกระเช้าจะเคลื่อนที่ขึ้นลงตามแนวดิ่งตามแนวเสากระโดง กลไกหลักที่เคลื่อนที่คือตัวกระเช้าและเสากระโดงท่อนที่สองและท่อนที่สาม ต้นกำลังขับเคลื่อนกลไกดังกล่าวจะเป็นระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งปั้มไฮดรอลิกส์จะถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้

 

  • ตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวัน
  • ตั้งขาหยั่ง ปรับตั้งขาหยั่งให้ได้ระดับน้ำโดยดูสัญญาณที่แผงควบคุมและดูระดับน้ำที่แท่นฐาน กรณีไม่ปรับขาหยั่งให้ได้ระดับน้ำ ระบบจะเซนเซอร์บังคับกระเช้าเคลื่อนที่ขึ้นไม่ได้
  • ปิดกั้นควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ที่แผงควบคุมด้านล่าง ให้เลือกเป็นควบคุมบนกระเช้า ทั้งนี้เนื่องจากแผงควบคุมจะมี ๒ ที่คือด้านล่างที่ฐานของตัวรถและด้านบนจะแขวนติดหรือยึดติดไว้ที่กระเช้า
  • ผู้บังคับ-บังคับให้กระเช้าทำงานขึ้นลงตามระดับที่ต้องการทำงาน
  • หลังใช้งานแล้วเสร็จให้หยุดระบบ ตรวจสอบสภาพหลังใช้งานประจำวัน
  • ทำความสะอาดและจัดเก็บรถกระเช้า บนพื้นที่ซึ่งสถานประกอบกิจการกำหนด

๒.๒

รถกระเช้าแบบขากรรไกร Scissor Lift

รถกระเช้าแบบขากรรไกรจะเคลื่อนที่ตามแนวราบด้วยล้อยางและมีระบบบังคับเลี้ยวร่วมด้วย สำหรับตัวกระเช้าจะเคลื่อนที่ขึ้นและลงตามแนวดิ่งได้สองทิศ ทาง แต่ออฟชั่นที่สามารถเพิ่มได้คือเพิ่มเป็นพื้นกระเช้าสองชั้น (หรือพื้นเพลทฟอร์ม ๒ ชั้น ) พื้นกระเช้าชั้นบนเคลื่อนที่เข้าออกได้ (platform shifting or platform retract-extract) ซึ่งออฟชั่นดังกล่าวนี้ ทำให้กระเช้าเคลื่อนที่ได้รวม ๔ ทิศทางคือขึ้น-ลง-เพลทฟอร์มเคลื่อนที่เข้าตามแนวนอน-และเพลทฟอร์มเคลื่อนที่เข้าตามแนวนอน
กลไกยกกระเช้า เป็นโครงติดตั้งร่วมกันไว้คล้ายขากรรไกร หรือคล้ายอักษรภาษาอังกฤษตัวเอ๊กซ์พิมพ์ใหญ่ บางคนจึงเรียกว่า x-lift ต้นกำลังที่ทำให้ตัวกระเช้าเคลื่อนที่ได้ ๔ ทิศทาง หมายรวมถึงการเคลื่อนที่ด้วยล้อและการบังคับเลี้ยวคือระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งต้นกำลังขับปั้มไฮดรอลิกส์จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ก็ได้ 



ออฟชั่นของรถกระเช้าที่สามารถสร้างได้
  • แบบใช้งานบนพื้นราบบดอัด : ออฟชั่นนี้มีใช้มาก
  • ใช้งานบนพื้นที่ขรุขระ (rough terrain) : : ออฟชั่นนี้มีใช้
  • ทำงานบนขาหยั่ง (on base) : ออฟชั่นนี้มีใช้
  • ทำงานบนฐานล้อ (on wheel) : ออฟชั่นนี้มีใช้ แต่มีระบบระดับน้ำเซนเซอร์ หมายความว่าหากตัวรถเอียง ระดับน้ำจะส่งสัญญาณไปตัดระบบควบคุม ซึ่งจะบังคับตัวกระเช้าขึ้นไม่ได้
  • แบบทำงานได้ทั้งออฟชั่นทำงานบนขาหยั่งและออฟชั่นทำงานบนฐานล้อ
  • พื้นกระเช้าสองชั้นหรือรุ่นเพลทฟอร์มพื้น ๒ ชั้น : ออฟชั่นนี้มีใช้
  • พื้นกระเช้าชั้นเดียวหรือรุ่นเพลทฟอร์มพื้นชั้นเดียว : ออฟชั่นนี้มีใช้มาก
  • ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับปั้มไฮดรอลิกส์ (plug-in) : ออฟชั่นนี้มีใช้มาก
  • ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับปั้มไฮดรอลิกส์ (plug-in) และแบ๊กอัพกรณีแบตเตอรีอ่อนกำลังด้วยเครื่องยนต์ : ออฟชั่นนี้มีใช้ เคลื่อนที่บนพื้นราบและบังคับเลี้ยวโดยกลไกต้นกำลัง : ระบบไฮดรอลิกส์

การทำงาน
เมื่อโครงที่มีลักษณะคล้ายขากรรไกร ถูกดันด้วยกระบอกไฮดรอลิกส์ ก็จะเคลื่อนที่ขึ้น ตัวกระเช้าซึ่งถูกติดตั้งไว้ด้านบนก็เคลื่อนที่ขึ้นด้วย ในทางตรงกันข้าม-หากกระบอกไฮดรอลิกส์เคลื่อนที่กลับคืน โครงสร้างและกระเช้าก็จะลดระดับลง, ขั้นตอนการใช้งานก็จะเหมือนกับรถกระเช้าแบบเสากระโดง

 


คำแนะนำข้อมูลด้านความปลอดภัย
สำหรับรถกระเช้าแบบเสากระโดงและรถกระเช้าแบบขากรรไกร จะเห็นได้ว่าข้อมูลทางด้านวิศวกรรมทั้งสองออฟชั่น ไม่ว่าจะทำงานบนขาหยั่งหรือทำงานบนฐานล้อ ก็จะมีระบบป้องกันตัวรถเอียงและระบบฯ จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น 
  • รถกระเช้าแบบเสากระโดงและรถกระเช้าแบบขากรรไกรที่ทำงานบนขาหยั่ง กรณีปรับตั้งตัวรถไม่ได้ระดับ ระบบควบคุมจะเซนเซอร์ฟังก์ชั่นการเคลื่อนที่ขึ้นของกระเช้า จะบังคับให้ตัวกระเช้าเคลื่อนที่ขึ้นไม่ได้
  • รถกระเช้าแบบขากรรไกรที่ทำงานบนฐานล้อ หากตัวรถเอียง มีสัญญาณเตือน ระบบควบคุมจะเซนเซอร์ฟังก์ชั่นการเคลื่อนที่ขึ้นของกระเช้า ฯลฯ เป็นต้น 

 

ต้องไม่ลืมว่า รถกระเช้าทั้งสองแบบที่กำลังกล่าวถึงนี้ เคลื่อนที่ทำงานหลักๆ ได้สองทิศทางคือตามแนวดิ่งขึ้นและตามแนวดิ่งลง แม้บางออฟชั่น พื้นของกระเช้าจะเคลื่อนที่เข้า-ออกได้ก็ตาม แม้ในภาวะที่พื้นกระเช้าเคลื่อนที่ออก จุดศูนย์ถ่วงรวมของรถ (combine center gravity-combine CG) ก็ยังไม่ออกนอกฐานรับแรง เพราะหากจุดศูนย์ถ่วงออกนอกฐานรับแรงเมื่อใด รถก็จะล้ม เป็นไปตามทฤษฎีการล้มของวัตถุ
 

     


  


๒.๓

รถกระเช้าแบบแขนตรง Telescopic boomlift
กลไกการเคลื่อนที่ทำงานของรถกระเช้าแบบแขนตรง แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ซึ่งจะอธิบายโดยแยกเป็นส่วนย่อยๆ ดังนี้
  • ล้อและระบบบังคับเลี้ยว เคลื่อนที่ตามแนวราบ
  • การเคลื่อนที่ของแขนหรือบูมท่อนหลักและบูมท่อนซ้อน
  • การเคลื่อนที่ของตัวกระเช้า


ล้อและระบบบังคับเลี้ยว

รถกระเช้าไม่ใช่ยานยนต์ถือว่าเป็นเครื่องจักรสำหรับยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ต้นกำลังขับเคลื่อนตามแนวราบและบังคับเลี้ยวจะเป็นระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งการเคลื่อนที่จะช้า ประมาณ ๑๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือช้ากว่า จึงเหมาะสมกับการเคลื่อนที่ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น หากเป็นระยะ ๕๐๐ เมตรหรือมากกว่า ก็จะใช้วิธีเคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุก, ชุดล้อขับเคลื่อนมีทั้งแบบใช้งานทั่วไปและแบบทำงานในพื้นที่ขรุขระ

การเคลื่อนที่ตามแนวราบใช้ระบบไฮดรอลิกส์ โดยปั้มไฮดรอลิกส์จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในแบ็คอัพ เป็นต้นกำลังขับก็ได้ มีใช้ทั้งสองออฟชั่น หากเป็นรุ่นที่สร้างขึ้นตามความเหมาะสมใช้งาน การเคลื่อนที่ตามแนวราบ สามารถผลิตได้หลายออฟชั่น แต่ขอบเขตของเอกสารฉบับนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะแบบมาตรฐาน (standard machine) เท่านั้น 

การเคลื่อนที่ของแขนหรือบูมท่อนหลักและบูมท่อนซ้อน
บูมรถกระเช้าแบบแขนตรง มีทั้งรุ่นที่เป็นบูมสองท่อนและบูมสามท่อน ซึ่งส่วนมากที่ใช้งานจะเป็นสามท่อน ท่อนหลักจะอยู่ติดกับตัวรถ บังคับขึ้นลงได้ จะมีบูมท่อนอื่นเลื่อนซ่อนไว้ด้านใน บูมท่อนที่ซ่อนอยู่ด้านในจะเคลื่อนที่เข้าออกได้โดยระบบไฮดรอลิกส์ การเคลื่อนที่ของบูม 
  • เคลื่อนที่ขึ้นลงโดยบูมท่อนหลัก แต่เนื่องจากบูมท่อนซ้อนติดตั้งไว้ด้วยกัน ก็จะทำให้เคลื่อนที่ขึ้นลงไปด้วยกัน
  • เคลื่อนที่ยืดหดตามแนวตรงโดยบูมท่อนซ้อน

การเรียกลำดับบูม ให้เรียกท่อนที่อยู่ติดกับกระเช้าเป็นท่อนที่หนึ่ง ท่อนลำดับถัดไปเป็นท่อนที่สองและท่อนที่สาม ตามลำดับ ตัวอย่างเช่นรุ่นบูม ๓ ท่อน
  • บูมท่อนที่อยู่ติดกับกระเช้า เรียกว่าท่อนที่หนึ่ง
  • บูมท่อนกลาง เป็นท่อนที่สอง และ
  • บูมท่อนหลักซึ่งอยู่ติดกับตัวรถ เป็นท่อนที่สาม

 

การเคลื่อนที่ของตัวกระเช้า
กระเช้าจะควบคุมให้เคลื่อนที่ได้ ๔ ทิศทางคือตามเข็มนาฬิกา ทวนเข็มนาฬิกา คว่ำลงและหงายขึ้น เหตุผลทางวิศวกรรมความปลอดภัย
  • การเคลื่อนที่ตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา เนื่องจากสภาพงานมีความหลากหลาย บางครั้งตำแหน่งของกระเช้ายังไม่พอดีกับสภาพการทำงาน เช่นต้องเอี้ยวตัวทำงาน ฯลฯ ฉะนั้นจึงต้องควบคุมปรับองศากระเช้าให้เหมาะกับการทำงาน
  • การเคลื่อนที่คว่ำหงาย เมื่อบูมถูกควบคุมให้ยก กระเช้าซึ่งติดตั้งอยู่ด้านปลายบูมก็จะเอียงคว่ำมาทางตัวรถ ยิ่งปรับบูมสูงขึ้นองศาเอียงคว่ำก็จะมากขึ้นตาม ฉะนั้นจึงมีระบบควบคุมเพื่อปรับกระเช้าให้ได้ระดับ ไม่เอียง กรณีควบคุมบูมให้ลดระดับต่ำลง การควบคุมระดับกระเช้าก็จะเปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม 


หลักการทำงานและระบบความปลอดภัย
ทฤษฎีการล้มของวัตถุกล่าวว่า วัตถุนั้นจะล้มก็ต่อเมื่อจุดศูนย์ถ่วงออกนอกฐานรับแรง รถกระเช้าแบบแขนตรง แขนหรือบูมสามารถยืดหดได้ เมื่อควบคุมให้บูม ยืดออกก็จะทำให้จุดศูนย์ถ่วงรวมขยับเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ขอบของฐานรับแรงมากขึ้นและเมื่อจุดศูนย์ถ่วงรวมออกนอกฐานรับแรง รถกระเช้าก็จะล้ม การทรงตัวของรถกระเช้าแบบนี้ เป็นไปตามทฤษฎีของคาน (lever theory)
ระบบความปลอดภัยป้องกันการล้มขณะใช้รถ เมื่อควบคุมให้บูมยื่นออกถึงค่าสูงสุดตามโหลดชาร์ท ก็จะมีสัญญาณเสียงเตือนและจะควบคุมให้บูมยื่นออกอีกไม่ได้ แต่สามารถควบคุมให้บูมหดกลับได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการล้มดังที่กล่าวแล้วขั้นต้น


๒.๔

รถกระเช้าแบบแขนหักศอก articulated boomlift
รถกระเช้าแบบนี้ การเคลื่อนที่ทำงานของล้อ ระบบบังคับเลี้ยวและการเคลื่อนที่ของกระเช้าจะเหมือนกับรถกระเช้าแบบแขนตรง ที่แตกต่างกันชัดเจนคือการทำงานของแขนหรือบูม หมายถึงเมื่อควบคุมให้ทำงาน แขนจะพับไปมาได้  

โดยข้อมูลทางวิศวกรรม หากพิจารณาเชิงเปรียบเทียบที่ขนาดเดียวกัน หมายถึงฐานล้อเท่ากัน-น้ำหนักถ่วง counter weights เท่ากัน, รถกระเช้าแบบแขนตรงจะมีชิ้นส่วนเคลื่อนที่น้อยกว่า กลไกการทำงานของแขน ง่ายและซับซ้อนน้อยกว่า แต่ข้อจำกัดคือความสูงของระดับกระเช้าจะยกได้ต่ำกว่า ทั้งนี้เนื่องจากแขนยืดได้เพียงแนวตรงและบังคับองศาขึ้นลงเท่านั้น เมื่อควบคุมยืดออกเพื่อให้กระเช้าปลายแขนสูงขึ้น จุดศูนย์ถ่วงรวมจะเข้าใกล้ขอบของฐานรับแรงได้มากกว่า ระบบจะตัดควบคุมการยืดแขนเพื่อป้องกันการล้ม ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว รถกระเช้าแบบแขนหักศอกจึงยกกระเช้าได้สูงกว่า หรือจะกล่าวโดยง่ายก็คือมีประสิทธิภาพสูงกว่านั่นเอง



๒.๕

รถบรรทุกติดกระเช้ายกคน bucket truck
รถกระเช้าคือเครื่องจักรที่มีกลไกในตัว เพื่อยกกระเช้าให้คนขึ้นทำงานบนที่สูง หนึ่งในข้อจำกัดคือเคลื่อนที่บนพื้นได้ช้า บางลักษณะงานต้องการเคลื่อนที่ถึงพื้นที่เป้าหมายรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นงานติดตั้ง-แก้ปัญหาระบบสายส่งไฟฟ้า งานกู้ภัยที่สูง งานดับเพลิงอาคารสูง ฯลฯ สภาพงานดังกล่าวต้องการใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ จึงนำแขนกระเช้ามาติดตั้งร่วมกับรถบรรทุก จึงเป็นที่มาของรถกระเช้าแบบนี้ 

ชุดแขนยกและกระเช้า+รถบรรทุกซึ่งเป็นยานยนต์ = รถบรรทุกติดกระเช้ายกคน

ทำให้รถกระเช้าแบบนี้ทำงานบนที่สูงได้และเคลื่อนที่ถึงพื้นที่เป้าหมายได้รวดเร็วกว่ารถกระเช้าแบบอื่น

ส่วนที่สาม : ข้อห้ามและแนวทางปฏิบัติการรถกระเช้า MEWP the code of practices
แนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ความปลอดภัยสูงสุด สำหรับการทำงานโดยใช้รถกระเช้า ประกอบด้วย ๔ ด้าน หากขาดส่วนหนึ่งส่วนใดก็จะมีภาวะเสี่ยงและอาจเกิดอันตรายในระดับร้ายแรงต่อผู้ปฏิบัติงาน


  • เอกสารระเบียบปฏิบัติ คู่มือคำแนะนำ ฯลฯ : เรียกว่าระบบปลอดภัย
  • ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถและสุขภาพเป็นปกติ, หัวหน้างานมีความรู้ความสามารถกำกับดูแลงานได้ และผู้จัดการต้นสังกัดบริหารจัดการเกี่ยวกับงานรถกระเช้าได้ : เรียกว่าคนปลอดภัย
  • ตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบได้มาตรฐานและสภาพพร้อมใช้งาน : เรียกว่า ตัวรถกระเช้าและอุปกรณ์ส่วนควบปลอดภัย
  • ปิดกั้นพื้นที่ปฏิบัติงานและควบคุมการทำงานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่น : เรียกว่า พื้นที่หรือสภาพแวดล้อมการทำงานปลอดภัย     
 


 องค์ประกอบที่หนึ่ง กำกับดูแลเกี่ยวกับระบบและเอกสารสนุนการปฏิบัติงาน (System Procedure and Supporting Documents)
  • วิธีตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันและงานปกติปฏิบัติ (routine work) ที่ต้องใช้รถกระเช้าต้องมีคู่มือคำแนะนำ
  • งานที่ทำเป็นครั้งคราว (one off jobs) ต้องวิเคราะห์ความปลอดภัยหรือประเมินความเสี่ยงและต้องขออนุญาตเข้าทำงานข้องโดยตรง
  • หลังจากรถกระเช้าสตาร์ทหรือหลังจาก on power ห้ามไม่ให้เดินเข้าด้านหน้าหรือด้านหลังของรถ หากมีความจำเป็นจะอนุญาตฌฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้นเข้าใกล้ได้ทางด้านข้าง ส่วนผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าในระยะ 5 เมตร (five meter rules)
  • แผนรักษาสภาพ-ต้องมีแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน ปฏิบัติตามแผนและมีบันทึกซ่อมบำรุงให้ตรวจสอบได้
  • แผนรักษาสภาพ-ต้องมีแผนตรวจสภาพประจำรอบ 12 เดือน หรือประจำปีปฏิทิน ปฏิบัติตามแผนและมีบันทึกให้ตรวจสอบได้
  • แผนรักษาสภาพ-รถที่ใช้งานครบเจ็ดปี ที่รอยเชื่อมของชิ้นส่วนที่อยู่กับที่ให้ทดสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้น้ำยาแทรกซึม (non destructive testing by penetrant testing-PT)
  • แผนการตรวจติดตามด้านความปลอดภัย-ต้องมีแผนการตรวจติดตามด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้รถกระเช้าและนำสิ่งผิดปกติที่ตรวจพบมาปรับแก้และกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • นำเอกสารสนับสนุนภายนอกมาใช้เป็นแนวปฏิบัติ เช่นเอกสารทางวิชาการ มาตรฐานสากล DIN JIS AS CE BS ASTM etc. เป็นต้น
  • ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของบริษัท (ถ้ามี)
  • ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ 

 
องค์ประกอบที่สอง กำกับดูแลเกี่ยวกับการอนุญาตบุคคลเป็นผู้บังคับรถกระเช้า (MEWP Operator)
ผู้บังคับรถกระเช้าต้องมีสองส่วนประกอบกันคือต้องมีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการบังคับรถฯ, มีสุขภาพเป็นปกติและได้รับอนุญาตจากสถานประกอบกิจการ, ก่อนตัวแทนนายจ้างของสถานประกอบกิจการจะออกใบอนุญาต ต้องตรวจสอบใบประกาศนียบัตรและตรวจหลักฐานการตรวจสุขภาพเสียก่อน หากเอกสารสองส่วนนี้ไม่ครบ ก็จะออกใบอนุญาตฯ ไม่ได้ซึ่งในรายละเอียดจะแจกแจงและอธิบายดังต่อไปนี้
 
  • ความรู้ : ต้องผ่านการฝึกอบรมเกียวกับการใช้รถกระเช้าโดยเฉพาะและได้รับประกาศนียบัตร (certtificate) จากหน่วยงานฝึกอบรมที่เป็น third party, ซึงหน่วยงานที่ออกใบประกาศนียบัตรต้องเป็นอิสระจากสถานประกอบกิจการ หลังจากได้รับประกาศนียบัตร ผู้บังคับรถกระเช้าต้องเข้าร่วมฝึกอบรมทบทวนความรู้ทุกสองปีปฏิทิน (refresher training-แต่ละครั้งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง)
  • ความสามารถ : ให้ฝึกปฏิบัติจริงภาคสนามกลุ่มย่อยละสามชั่วโมงและให้ปฏิบัติงานจริงภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้างานจนครบ 30 ชั่วโมง 
  • ผ่านการตรวจสุขภาพประจำปีปฏิทิน : ตรวจสุขภาพทางกายและสายตาโดยแพทย์ กรณีสายตาสั้น สายตายาวหรือสายตาเอียง ให้ตัดแว่นเพื่อปรับสภาพการมองเห็น, หากผู้ที่ตาบอดสีประสงค์จะขอใบอนุญาตจากสถานประกอบกิจการ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพร่วมกับผู้จัดการต้นสังกัดของพนักงาน ร่วมกันทำประเมินความเสี่ยง หากผลการประเมินความเสี่ยงผ่านก็สามารถอนุญาตให้ใช้รถกระเช้าได้
  • สุขภาพแต่ละวันต้องเป็นปกติ พร้อมทำงาน (fit to work), สุขภาพก่อนเริ่มงานเป็นหน้าที่โดยตรงและความรับผิดชอบของหัวหน้างาน กรณีพบว่าผู้บังคับรถกระเช้ามีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ จะไม่อนุญาตให้ใช้รถกระเช้าในวันนั้น
 
    • พักผ่อนต่ำกว่าหกชั่วโมงต่อวัน
    • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย
    • ป่วยและทานยาประเภทระงับหรือกระตุ้นระบบประสาท
  • ผู้ที่ทำงานกับรถกระเช้า หรือผู้ที่ทำงานร่วมกับรถกระเช้าต้องใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยระดับพื้นฐานตั้งแต่หัวถึงเท้าและให้สวมเสื้อสะท้อนแสง 
 

 

high visibility vest


องค์ประกอบที่สาม กำกับดูแลเกี่ยวกับคุณลักษณะของตัวรถกระเช้า การรักษาสภาพและการตรวจซ่อมรถกระเช้า (inspection and PM-preventive maintenancer)
รถกระะเช้าและอุปกรณ์ส่วนควบของรถกระเช้าที่นำเข้ามาใช้ในสถานประกอบกิจการต้องคุณลักษณะและให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือปฏิบัติตามแนวทาง (truck attribution, the code of practices) ดังต่อไปนี้
 
  • กระเช้าคนยืนทำงานแผ่นพื้นต้องไม่ลื่น ระบายน้ำออกจากพื้นได้และต้องบรรลุข้อกำหนด (1.1) ประตูเป็นแบบเปิดเข้า, (1.2) รั้วกันตกต้องมีโดยรอบ หากเป็นรั้วโปร่งต้องประกอบด้วยรั้วบน รั้วกลางและแผ่นทึบกันของตก, (1.3) แสดงค่ารับโหลดที่ตัวกระเช้า หน่วยเป็นกิโลกรัม, (1.4) มีที่เกี่ยวสายแลนยาร์ดของเซฟตี้เบลท์ อย่างน้อยสองจุด, (1.5) ผ่านการตรวจสภาพก่อนใช้งานโดยผู้ใช้, และ (1.6) มีหลักฐานการตรวจสภาพโดยวิศวกรประจำรอบสิบสองเดือนหรือประจำรอบปีปฏิทิน
  • ตัวรถต้องเป็นสีโทนสว่างไม่เก่าคร่ำ หากเก่าคร่ำให้ทำสีใหม่ /และที่ส่วนบนสุดและส่วนล่างสุดของรถหรืออุปกรณ์ส่วนควบของรถให้มีแถบเฉียงสลับสี ขาว-แดงสะท้อนแสงรอบตัวรถ
  • ที่ส่วนบนสุดของตัวรถต้องมีไฟวับวาบ ขาว-แดง อย่างน้อยสองโคม (ยกเว้นแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมออสเตรเลีย จะบังคับขั้นต่ำสี่โคม)
  • ขณะรถเคลื่อนที่ ต้องมีสัญญาณไฟวับวาบ ขาว-แดง และสัญญาณเสียง
 


 
องค์ประกอบที่สี่ กำกับดูแลเกี่ยวกับสภาพการทำงาน การทำงานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่นและการทำงานร่วมกับคน
สภาพการทำงานของรถกระเช้ามีสองลักษณะคือสภาพที่ควบคุมได้และสภาพที่ควบคุมไม่ได้ (uncontrolable cause and under controlable cause), สภาพที่ควบคุมไม่ได้ตัวอย่างเช่น ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง สภาพเช่นนี้เป็นข้อห้ามไม่ให้ใช้รถกระเช้า ในขั้นตอนนี้จะกล่าวถึงสภาพที่ควบคุมได้เท่านั้น
  • ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานฯ เข้าในพื้นที่การทำงานของรถกระเช้า
  • ห้ามไม่ให้รถกระเช้าทำงานร่วมในพื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่นโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ
  • ขณะรถกระเช้าทำงาน ต้องปิดกั้นควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้โดยใช้แถบกั้นอันตราย ธงริ้วกั้นอันตราย รั้วแข็ง สัญลักษณ์จราจรหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกันก็ได้

ติดต่องานฝึกอบรม  งานแปลเอกสารเซฟตี้  งานที่ปรึกษาการจัดทำระบบ-ระเบียบปฏิบัติ : บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด  Tel 093-7719222  E-mail : sangtakieng@gmail.com

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่หนึ่ง ที่สูง-ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สอง กระเช้ายกคนและกอนโดลาไฟฟ้า : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สี่ ม้ายืน บันไดและการใช้บันไดอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้  
ตอนที่ห้า สายบังคับระยะจำกัดพื้นที่และงานเชือกโรยตัว : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่หก อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 15 คน
 สถิติเมื่อวาน 117 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4042 คน
58928 คน
378224 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong