Sangtakieng.com
working at heights safety engineering
วิศวกรรมความปลอดภัยการทำงานบนที่สูง
ตอนที่สาม รถกระเช้าและการใช้รถกระเช้าอย่างปลอดภัย
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง
e-mail : sangtakieng@gmail.com mobile 093-7719222, 081-3402814 

รถกระเช้า Mobile Elevated Work Platform (MEWP)

รถกระเช้า หมายความว่ากระเช้าสำหรับยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ติดตั้งบนยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง ติดตั้งบนล้อลากจูงหรือบนล้อเลื่อนสำหรับเข็นเคลื่อนที่ก็ได้ ที่ตัวกระเช้าจะมีประตูทางเข้า ราวกั้นและแผ่นทึบกันของตกโดยรอบ แบ่งตามลักษณะใช้งานออกเป็นสี่ประเภท


  1. รถกระเช้าแบบ เสากระโดง personal lift
  2. รถกระเช้าแบบ ขากรรไกร scissor lift
  3. รถกระเช้าแบบ บูมตรง telescopic boomlift /และ
  4. รถกระเข้าแบบ บูมหักศอก articulated boomlift


รถกระเช้าแบบเสากระโดง (personal lift) เป็นรถกระเช้าที่มีขนาดเล็กสุด น้ำหนักเบาสุด พื้นกระเช้าถูกออกแบบให้ยืนทำงานได้เพียงคนเดียว ตัวกระเช้าถูกติดตั้งบนล้อเลื่อนสำหรับเข็นเคลื่อนที่ด้วยแรงคน ด้วยเหตุนี้การออกแบบและการสร้างจึงต้องเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง จะเห็นได้ว่าจะใช้อลูมิเนียมอัลลอยด์เป็นวัสดุหลัก, ก่อนใช้งานต้องกางขาหยั่งเป็นฐานรับโหลด (working on outrigger not on wheel) ตัวกระเช้าสำหรับคนยืนทำงานจะเคลื่อนที่ตามแนวเสากระโดงได้เพียงสองทิศทางคือเคลื่อนที่ขึ้นและเคลื่อนที่ลงเท่านั้น อุปกรณ์ขับเคลื่อนจะเป็นระบบไฮดรอลิคส์ รถกระเช้าแบบเสากระโดงนี้มีพื้นฐานการออกแบบและพัฒนามาจากม้ายืน (mobile platform) เนื่องมาจากม้ายืนมีข้อจำกัดตรงที่เพลทฟอร์มถูกติดตั้งอยู่กับที่ เลื่อนหรือเคลื่อนที่ขึ้นลงไม่ได้ ฉะนั้นการพัฒนาจึงเพิ่มกลไกพร้อมระบบต้นกำลังให้เพลทฟอร์ม (กระเช้า) เคลื่อนที่ขึ้นลงได้ การใช้งานจึงสะดวกและลดข้อจำกัดดังกล่าวลง และกลายเป็นที่มาของรถกระเช้าแบบนี้ นั่นเอง

สรุปลักษณะจำเพาะ ข้อกำหนดจำเพาะและความเหมาะสมใช้งาน
  • เป็นรถกระเช้าทำงานเฉพาะจุด กระเช้าเคลื่อนที่ทำงานได้สองทิศทางคือขึ้นและลงตามแนวของเสาโฟร์ค เปลี่ยนย้ายจุดทำงานบนพื้นราบโดยวิธีเข็นด้วยแรงคน
  • ตัวกระเช้าออกแบบให้ยืนทำงานได้คนเดียว ขณะทำงานบนกระเช้าให้ใช้ฮาร์เนสแบบดึงรั้ง (Restraint Equipment) ร่วมด้วย
  • กระเช้าเคลื่อนที่ขึ้นลงด้วยระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งอุปกรณ์ควบคุมจะมีสองจุดคือด้านล่างติดตั้งบนฐานเฟรมหนึ่งจุด และที่บนตัวกระเช้าอีกหนึ่งจุด
  • เหมาะสำหรับทำงานบนพื้นราบ บดอัดไม่ทรุดตัว ใช้งานโดยใช้ขาหยั่ง (on outrigger) เท่านั้น ห้ามใช้งานบนล้อเลื่อน
  • ควบคุมกระเช้าได้สูงสุดไม่เกินสามเท่าของความกว้างขาหยั่งหรือตามโหลดชาร์ทของคู่มือประจำรถ
  • กรณีใช้งานบนพื้นที่ซึ่งอาจทรุดตัว ที่ขาหยั่งทั้ง 4 ขา ให้รองด้วยแผ่นไม้เนื้อแข็งขนาดอย่างน้อย กว้าง x ยาว x หนา =225 x 460 x ๓๘ มิลลิเมตร 
  • ก่อนใช้งานทุกครั้ง ต้องปรับตั้งขาหยั่ง (outriggers) ให้ได้ระดับน้ำ หากได้ระดับ-สัญญาณไฟสีเขียวที่แผงควบคุมด้านล่างจะแสดง จากนั้นให้ปรับละเอียดอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าได้ระดับจริงโดยดูจากระดับน้ำที่ติดตั้งอยู่บนฐานของตัวรถ
  • ต้องตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้, มีหลักฐานการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันตามคู่มือประจำรถ (preventive maintenance-PM) และผ่านการตรวจรับรองสภาพโดยวิศวกรเครื่องกล ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรทุกรอบปีปฎิทินหรือทุกรอบ 12 เดือน
  • ห้ามใช้งานขณะพื้น รั้วหรือบันไดขึ้นตัวกระเช้าเปียก ชื้นหรือมีคราบสารหล่อลื่น
  • ห้ามใช้งานนอกอาคาร ขณะความเร็วลมเท่ากับหรือมากกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ห้ามพาดสายไฟฟ้ากับรถกระเช้า
  • ห้ามทำงานใกล้สายส่งไฟฟ้าในระยะ ๕ เมตร (ใช้กฎห้าเมตร five meter rules) หรือจะใช้ระยะห่างตามกฎหมายกำหนดก็ได้
  • ห้ามใช้งานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่น พื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ

รถกระเช้าแบบขากรรไกร (scissor lift) ทิศทางการเคลื่อนที่ขึ้นลงของกระเช้าคล้ายกับรถกระเช้าแบบเสากระโดง ความแตกต่างที่ชัดเจนคือ กลไกการยกกระเช้าจะคล้ายการทำงานของกรรไกร ตัวกระเช้ายืนทำงานได้ไม่เกินสองคน เคลื่อนที่บนพื้นราบโดยมอเตอร์ไฮดรอลิกส์ขับเคลื่อนความเร็วต่ำหรือต้นกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายในก็ได้ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปการควบคุมตัวกระเช้าให้เคลื่อนที่ได้สองทิศทางคือตามแนวดิ่งขึ้นและตามแนวดิ่งลง แต่จะมีบางรุ่นที่มีออฟชั่น (option) พื้นยืนของกระเช้าเคลื่อนที่เข้า-ออกได้ (shifting platform, sliding platform or retract-extract platform) ซึ่งการเคลื่อนที่ดังกล่าวจะขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิคส์ให้เคลื่อนพื้นกระเช้าแผ่นเลื่อนออกไปจากพื้นหลัก ซึ่งการออกแบบทางวิศวกรรมดังกล่าว จุดศูนย์ถ่วงรวม (combined of center gravity) จะไม่ออกนอกฐานรับแรงของตัวรถ

สรุปลักษณะจำเพาะ ข้อกำหนดจำเพาะและความเหมาะสมใช้งาน
  • รถกระเช้าแบบขากรรไกรจะสร้างให้มีระบบขับเคลื่อนสองแบบคือแบบใช้งานทั่วไปและแบบใช้งานบนพื้นที่ขรุขระ (general scissor lift and roughterain scissor lift) /แบบใช้งานทั่วไปต้องทำงานบนขาหยั่ง (on outrigger) และแบบใช้งานบนพื้นที่ขรุขระจะทำงานบนฐานล้อ (on wheel or on rubbers)
  • เป้าหมายหลักของรถกระเช้าขากรรไกรแบบใช้งานทั่วไปจะทำงานเฉพาะจุด กระเช้าเคลื่อนที่ได้ 2-4 ทิศทางคือตัวกระเช้าขึ้นลงและเพลทฟอร์มเคลื่อนที่เข้าออก (option เพลทฟอร์มเคลื่อนที่เข้าออก จะมีบางรุ่นเท่านั้น) เปลี่ยนย้ายจุดทำงานบนพื้นราบด้วยต้นกำลังไฮดรอลิกส์
  • ตัวกระเช้า ออกแบบให้ยืนทำงานได้ไม่เกินสองคน ขณะอยู่บนกระเช้าให้ใช้ฮาร์เนสแบบรั้งดึงหรือแบบลดความรุนแรงจากการตกร่วมด้วย (fall restraint equipment or fall arrest equipment)
  • กระเช้าเคลื่อนที่ขึ้นลงด้วยระบบไฮดรอลิกส์ อุปกรณ์ควบคุม มีสองจุดคือด้านล่างติดตั้งบนเฟรมของตัวรถหนึ่งจุดและที่ตัวกระเช้าอีกหนึ่งจุด
  • หากเป็นรถกระเช้าขากรรไกรแบบใช้งานทั่วไป ต้องใช้งานบนขาหยั่ง (on outrigger) เหมาะทำงานบนพื้นราบ พื้นแข็งบดอัดไม่ทรุดตัว ก่อนใช้งานทุกครั้ง ต้องปรับตั้งขาหยั่ง (outriggers) ให้ได้ระดับน้ำซึ่งระดับน้ำจะถูกติดตั้งอยู่บนฐานของตัวรถ /ควบคุมกระเช้าได้สูงสุดไม่เกินสามเท่าของความกว้างขาหยั่งหรือตามโหลดชาร์ทคู่มือประจำรถ
  • สำหรับรุ่นที่ออกแบบให้ใช้งานบนพื้นที่ขรุขระ จะใช้งานบนฐานล้อ สามารถทำงานบนพื้นที่ขรุขระได้ (roughterain scissor lift) ซึ่งหมายความว่าพื้นทำงานยุบตัวได้หนึ่งในสามของความสูงหน้ายางล้อ โดยไม่ติดหล่มและลาดชันได้ประมาณ 7 องศา
  • ต้องตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้ มีหลักฐานการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันตามคู่มือประจำรถ (preventive maintenance-PM) และผ่านการตรวจรับรองสภาพโดยวิศวกรเครื่องกล ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรทุกรอบปีปฏิทินหรือทุกรอบ 12 เดือน
  • ห้ามใช้งานขณะพื้น รั้วหรือบันไดขึ้นตัวกระเช้าเปียก ชื้นหรือมีคราบสารหล่อลื่น
  • ห้ามใช้งานนอกอาคาร ขณะความเร็วลมเท่ากับหรือมากกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ห้ามพาดสายไฟฟ้ากับรถกระเช้า
  • ห้ามทำงานใกล้สายส่งไฟฟ้าในระยะ ๕ เมตร (ใช้กฎห้าเมตร five meter rules) หรือจะใช้ข้อกำหนดตามกฎหมายก็ได้
  • ห้ามใช้งานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่น พื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ

รถกระเช้าแบบบูมตรง (telescopic boom lift) รถกระเช้าแบบนี้จะมีน้ำหนักถ่วง (counter weight) อยู่ที่ด้านหลังของตัวรถ น้ำหนักถ่วงจะมีผลทางวิศวกรรมความปลอดภัยสองเรื่องคือ (1) ช่วยสมดุลการยกกระเช้าตามทฤษฎีของคาน (แรง x ระยะทาง) และ (2) ทำให้จุดศูนย์ถ่วง (center gravit่y) ของรถอยู่ต่ำ เมื่อควบคุมให้กระเช้ายกขึ้น จุดศูนย์ถ่วงจะออกนอกฐานรับแรงได้ยาก หมายความว่าการทำงานของรถจะมั่นคงไม่ล้มง่าย ทฤษฎีการล้มกล่าวว่า-วัตถุนั้นจะล้มก็ต่อเมื่อจุดศูนย์ถ่วงออกอกฐานรับแรง /รถกระเช้าแบบบูมตรง คันบูมจะเคลื่อนที่ได้ 4 ทิศทางคือยืดหดตามแนวบูมและขึ้นลง รถกระเช้าแบบบูมตรงจะทำงานบนฐานล้อ (base on wheel)
 

       

CG-center gravity และเงื่อนไขการล้มของรถกระเช้า


สรุปลักษณะจำเพาะ ข้อกำหนดจำเพาะและความเหมาะสมใช้งาน
  • กระเช้าเคลื่อนที่ได้ 4-6 ทิศทางคือขึ้นลง-หน้าหลัง-คว่ำเงย เคลื่อนย้ายจุดทำงานบนพื้นราบด้วยต้นกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine) 
  • กระเช้าออกแบบให้ยืนทำงานได้สูงสุดสองคน ขณะอยู่บนกระเช้าให้ใช้ฮาร์เนสแบบรั้งดึงหรือแบบลดความรุนแรงจากการตกร่วมด้วย (fall restraint equipment or fall arrest equipment) 
  • กระเช้าเคลื่อนที่ด้วยระบบไฮดรอลิกส์ ต้นกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายใน อุปกรณ์ควบคุมจะมีสองจุดคือด้านล่างติดตั้งบนฐานเฟรมหนึ่งจุดและที่บนกระเช้าอีกหนึ่งจุด
  • โดยทั่วไปจะออกแบบให้ยกตัวกระเช้าได้สูงกว่ารถกระเช้าแบบขากรรไกรแต่จะต่ำกว่ารถกระเช้าแบบบูมหักศอก (รถกระเช้าแบบขากรรไกร=scissor lift, รถกระเช้าแบบบูมหักศอก=articulated boom lift)
  • หากเป็นรถกระเช้าแบบทำงานบนพื้นที่ขรุขระ (roughterain boom lift) หรือลาดชั้นได้ประมาณ 7 องศา พื้นทำงานยุบตัวได้หนึ่งในสามของความสูงหน้ายางล้อ โดยไม่ติดหล่ม
  • ทำงานบนฐานล้อ หากจุดศูนย์ถ่วงจะออกนอกฐานรับแรงของรถ จะมีสัญญาณเสียงเตือนและส่งสัญญาณควบคุมให้หยุดการเคลื่อนที่กลไกของบูมและกลไกของตัวกระเช้า 
  • ต้องตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้ มีหลักฐานการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันตามคู่มือประจำรถ (preventive maintenance-PM) และผ่านการตรวจรับรองสภาพโดยวิศวกรเครื่องกล ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ประจำรอบปีปฏิทินหรือรอบ 12 เดือน
  • ห้ามใช้งานขณะพื้น รั้วหรือบันไดขึ้นตัวกระเช้าเปียก ชื้นหรือมีคราบสารหล่อลื่น
  • ห้ามใช้งานนอกอาคาร ขณะความเร็วลมเท่ากับหรือมากกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ห้ามพาดสายไฟฟ้ากับรถกระเช้า
  • ห้ามทำงานใกล้สายส่งไฟฟ้าในระยะ ๕ เมตร (ใช้กฎห้าเมตร five meter rules)
  • ห้ามใช้งานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่น พื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ

รถกระเช้าแบบบูมหักศอก (articulate boom lift) รถกระเช้าแบบนี้ถือว่ามีฟังก์ชั่นการใช้งานมากที่สุด ส่วนของตัวรถจะใช้หลักการออกแบบคล้ายกันกับรถกระเช้าแบบบูมตรง (telescopic boom lift) มีก้อนน้ำหนักถ่วงอยู่ที่ด้านหลังของตัวรถ น้ำหนักถ่วงจะมีผลทางวิศวกรรมความปลอดภัยสองเรื่องคือ (1) ช่วยสมดุลการยกกระเช้าตามทฤษฎีของคาน (แรง x ระยะทาง) และ (2) ทำให้จุดศูนย์ถ่วง (center gravit่y) ของรถอยู่ต่ำ
สิ่งที่แตกต่างจากรถกระเช้าแบบบูมตรงและรถกระเช้าแบบอื่นๆ คือส่วนของคันบูม คันบูมจะแยกออกเป็น ๓ ท่อน แต่ละท่อนสามารถควบคุมให้เคลื่อนที่ได้ 4 ทิศทาง คือเข้าออกและขึ้นลง (note การนับหมายเลขคันบูม ท่อนที่ติดอยู่กับกระเช้าคือท่อนที่หนึ่ง ท่อนกลาง=ท่อนที่สองและท่อนที่อยู่กับตัวรถคือท่อนที่สาม) /ส่วนกลไกของกระเช้าก็เคลื่อนที่ได้ 4 ทิศทางเช่นกันคือคว่ำ-เงยและบิดกระเช้าตามเข็ม-ทวนเข็มนาฬิกา จากกลไกการทำงานของบูมร่วมกับการทำงานกลไกตัวกระเช้า จึงทำให้รถกระเช้าแบบนี้ทำงานได้ 8 ทิศทาง ดังนี้
  • กระเช้าเคลื่อนที่ หน้า-หลัง
  • กระเช้าเคลื่อนที่ ขึ่น-ลง
  • กระเช้าเคลื่อนที่ คว่ำ-เงย
  • กระเช้าเคลื่อนที่ บิดตามเข็มนาฬิกา-บิดทวนเข็มนาฬิกา 

สรุปลักษณะจำเพาะ ข้อกำหนดจำเพาะและความเหมาะสมใช้งาน

  • กระเช้าเคลื่อนที่ได้ 4-8 ทิศทางคือหน้าหลัง-ขึ้นลง-คว่ำเงยและกระเช้าบิดเคลื่อนที่ตามเข็ม-ทวนเข็มนาฬิกา (option กระเช้าเคลื่อนที่บิดตามเข็ม-ทวนเข็มนาฬิกา ส่วนมากจะมีทุกรุ่น ซึ่งต่างกับรถกระเช้าแบบบูมตรงจะมีเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น) เคลื่อนย้ายจุดทำงานบนพื้นราบด้วยต้นกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine) 
  • ตัวกระเช้า ออกแบบให้ยืนทำงานได้สูงสุดสองคน ขณะอยู่บนกระเช้าให้ใช้ฮาร์เนสแบบรั้งดึงหรือแบบลดความรุนแรงจากการตกร่วมด้วย (fall restraint equipment or fall arrest equipment)
  • กระเช้าเคลื่อนที่ โดยการทำงานของระบบไฮดรอลิกส์ ต้นกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายใน อุปกรณ์ควบคุมจะมีสองจุดคือด้านล่างติดตั้งบนฐานเฟรมหนึ่งจุดและที่บนตัวกระเช้าอีกหนึ่งจุด
  • รถกระเช้าแบบนี้จะออกแบบให้ยกกระเช้าได้สูงกว่ารถกระเช้าแบบอื่นๆ 
  • หากเป็นรถกระเช้าแบบทำงานบนพื้นที่ขรุขระ (roughterain boom lift) หรือลาดชั้นได้ประมาณ 7 องศา พื้นทำงานยุบตัวได้หนึ่งในสามของความสูงหน้ายางล้อ โดยไม่ติดหล่ม 
  • การใช้งานจะใช้บนฐานล้อและให้ปฏิบัติตาม load chart ที่ระบุในคู่มือประจำรถ
  • ขณะทำงาน หากจุดศูนย์ถ่วงจะออกนอกฐานรับแรงของรถ จะมีสัญญาณเสียงเตือนและส่งสัญญาณควบคุมให้หยุดการเคลื่อนที่กลไกของบูมและกลไกของตัวกระเช้า  
  • ต้องตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันโดยผู้ใช้ มีหลักฐานการซ่อมบำรุงเชิงป้องกันตามคู่มือประจำรถ (preventive maintenance-PM) และผ่านการตรวจรับรองสภาพโดยวิศวกรเครื่องกล ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ทุกรอบปีปฏิทินหรือทุกรอบ 12 เดือน
  • ห้ามใช้งานขณะพื้น รั้วหรือบันไดขึ้นตัวกระเช้าเปียก ชื้นหรือมีคราบสารหล่อลื่น
  • ห้ามใช้งานนอกอาคาร ขณะความเร็วลมเท่ากับหรือมากกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ห้ามพาดสายไฟฟ้ากับรถกระเช้า
  • ห้ามทำงานใกล้สายส่งไฟฟ้าในระยะ ๕ เมตร (ใช้กฎห้าเมตร five meter rules)
  • ห้ามใช้งานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่น พื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ


 


การกำกับดูแลการใช้รถกระเช้าในสถานประกอบกิจการ 
องค์ประกอบที่หนึ่ง กำกับดูแลเกี่ยวกับการอนุญาตบุคคลเป็นผู้บังคับรถกระเช้า (MEWP Operator)
ผู้บังคับรถกระเช้าต้องมีสองส่วนประกอบกันคือต้องมีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการบังคับรถฯ, มีสุขภาพเป็นปกติและได้รับอนุญาตจากสถานประกอบกิจการ, ก่อนตัวแทนนายจ้างของสถานประกอบกิจการจะออกใบอนุญาต ต้องตรวจสอบใบประกาศนียบัตรและตรวจหลักฐานการตรวจสุขภาพเสียก่อน หากเอกสารสองส่วนนี้ไม่ครบ ก็จะออกใบอนุญาตฯ ไม่ได้ซึ่งในรายละเอียดจะแจกแจงและอธิบายดังต่อไปนี้
  • ความรู้ : ต้องผ่านการฝึกอบรมเกียวกับการใช้รถกระเช้าโดยเฉพาะและได้รับประกาศนียบัตร (certtificate) จากหน่วยงานฝึกอบรมที่เป็น third party, ซึงหน่วยงานที่ออกใบประกาศนียบัตรต้องเป็นอิสระจากสถานประกอบกิจการ หลังจากได้รับประกาศนียบัตร ผู้บังคับรถกระเช้าต้องเข้าร่วมฝึกอบรมทบทวนความรู้ทุกสองปีปฏิทิน (refresher training-แต่ละครั้งต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง)
  • ความสามารถ : ให้ฝึกปฏิบัติจริงภาคสนามกลุ่มย่อยละสามชั่วโมงและให้ปฏิบัติงานจริงภายใต้การกำกับดูแลของหัวหน้างานจนครบ 30 ชั่วโมง 
  • ผ่านการตรวจสุขภาพประจำปีปฏิทิน : ตรวจสุขภาพทางกายและสายตาโดยแพทย์ กรณีสายตาสั้น สายตายาวหรือสายตาเอียง ให้ตัดแว่นเพื่อปรับสภาพการมองเห็น, หากผู้ที่ตาบอดสีประสงค์จะขอใบอนุญาตจากสถานประกอบกิจการ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพร่วมกับผู้จัดการต้นสังกัดของพนักงาน ร่วมกันทำประเมินความเสี่ยง หากผลการประเมินความเสี่ยงผ่านก็สามารถอนุญาตให้ใช้รถกระเช้าได้
  • สุขภาพแต่ละวันต้องเป็นปกติ พร้อมทำงาน (fit to work), สุขภาพก่อนเริ่มงานเป็นหน้าที่โดยตรงและความรับผิดชอบของหัวหน้างาน กรณีพบว่าผู้บังคับรถกระเช้ามีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ จะไม่อนุญาตให้ใช้รถกระเช้าในวันนั้น
    • พักผ่อนต่ำกว่าหกชั่วโมงต่อวัน
    • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย
    • ป่วยและทานยาประเภทระงับหรือกระตุ้นระบบประสาท
  • ผู้ที่ทำงานกับรถกระเช้า หรือผู้ที่ทำงานร่วมกับรถกระเช้าต้องใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยระดับพื้นฐานตั้งแต่หัวถึงเท้าและให้สวมเสื้อสะท้อนแสง 

 

high visibility vest


 

องค์ประกอบที่สอง กำกับดูแลเกี่ยวกับคุณลักษณะของตัวรถกระเช้า การรักษาสภาพและการตรวจซ่อมรถกระเช้า (inspection and PM-preventive maintenancer)
รถกระะเช้าและอุปกรณ์ส่วนควบของรถกระเช้าที่นำเข้ามาใช้ในสถานประกอบกิจการต้องคุณลักษณะและให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือปฏิบัติตามแนวทาง (truck attribution, the code of practices) ดังต่อไปนี้
  • กระเช้าคนยืนทำงานแผ่นพื้นต้องไม่ลื่น ระบายน้ำออกจากพื้นได้และต้องบรรลุข้อกำหนด (1.1) ประตูเป็นแบบเปิดเข้า, (1.2) รั้วกันตกต้องมีโดยรอบ หากเป็นรั้วโปร่งต้องประกอบด้วยรั้วบน รั้วกลางและแผ่นทึบกันของตก, (1.3) แสดงค่ารับโหลดที่ตัวกระเช้า หน่วยเป็นกิโลกรัม, (1.4) มีที่เกี่ยวสายแลนยาร์ดของเซฟตี้เบลท์ อย่างน้อยสองจุด, (1.5) ผ่านการตรวจสภาพก่อนใช้งานโดยผู้ใช้, และ (1.6) มีหลักฐานการตรวจสภาพโดยวิศวกรประจำรอบสิบสองเดือนหรือประจำรอบปีปฏิทิน
  • ตัวรถต้องเป็นสีโทนสว่างไม่เก่าคร่ำ หากเก่าคร่ำให้ทำสีใหม่ /และที่ส่วนบนสุดและส่วนล่างสุดของรถหรืออุปกรณ์ส่วนควบของรถให้มีแถบเฉียงสลับสี ขาว-แดงสะท้อนแสงรอบตัวรถ
  • ที่ส่วนบนสุดของตัวรถต้องมีไฟวับวาบ ขาว-แดง อย่างน้อยสองโคม (ยกเว้นแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมออสเตรเลีย จะบังคับขั้นต่ำสี่โคม)
  • ขณะรถเคลื่อนที่ ต้องมีสัญญาณไฟวับวาบ ขาว-แดง และสัญญาณเสียง
 

องค์ประกอบที่สาม กำกับดูแลเกี่ยวกับระบบและเอกสารสนุนการปฏิบัติงาน
  • วิธีตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันและงานปกติปฏิบัติ (routine work) ที่ต้องใช้รถกระเช้าต้องมีคู่มือคำแนะนำ
  • งานที่ทำเป็นครั้งคราว (one off jobs) ต้องวิเคราะห์ความปลอดภัยหรือประเมินความเสี่ยงและต้องขออนุญาตเข้าทำงานข้องโดยตรง
  • หลังจากรถกระเช้าสตาร์ทหรือหลังจาก on power ห้ามไม่ให้เดินเข้าด้านหน้าหรือด้านหลังของรถ หากมีความจำเป็นจะอนุญาตฌฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้นเข้าใกล้ได้ทางด้านข้าง ส่วนผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าในระยะ 5 เมตร (five meter rules)
  • แผนรักษาสภาพ-ต้องมีแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน ปฏิบัติตามแผนและมีบันทึกซ่อมบำรุงให้ตรวจสอบได้
  • แผนรักษาสภาพ-ต้องมีแผนตรวจสภาพประจำรอบ 12 เดือน หรือประจำปีปฏิทิน ปฏิบัติตามแผนและมีบันทึกให้ตรวจสอบได้
  • แผนรักษาสภาพ-รถที่ใช้งานครบเจ็ดปี ที่รอยเชื่อมของชิ้นส่วนที่อยู่กับที่ให้ทดสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้น้ำยาแทรกซึม (non destructive testing by penetrant testing-PT)
  • แผนการตรวจติดตามด้านความปลอดภัย-ต้องมีแผนการตรวจติดตามด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้รถกระเช้าและนำสิ่งผิดปกติที่ตรวจพบมาปรับแก้และกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ
  • นำเอกสารสนับสนุนภายนอกมาใช้เป็นแนวปฏิบัติ เช่นเอกสารทางวิชาการ มาตรฐานสากล DIN JIS AS CE BS ASTM etc. เป็นต้น
  • ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของบริษัท (ถ้ามี)
  • ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่

องค์ประกอบที่สี่ กำกับดูแลเกี่ยวกับสภาพการทำงาน การทำงานร่วมในพื้นที่เดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่นและการทำงานร่วมกับคน
สภาพการทำงานของรถกระเช้ามีสองลักษณะคือสภาพที่ควบคุมได้และสภาพที่ควบคุมไม่ได้ (uncontrolable cause and under controlable cause), สภาพที่ควบคุมไม่ได้ตัวอย่างเช่น ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง สภาพเช่นนี้เป็นข้อห้ามไม่ให้ใช้รถกระเช้า ในขั้นตอนนี้จะกล่าวถึงสภาพที่ควบคุมได้เท่านั้น
  • ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานฯ เข้าในพื้นที่การทำงานของรถกระเช้า
  • ห้ามไม่ให้รถกระเช้าทำงานร่วมในพื้นที่เดียวกัน เวลาเดียวกันกับจักรกลเคลื่อนที่อื่นโดยไม่มีมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ
  • ขณะรถกระเช้าทำงาน ต้องปิดกั้นควบคุมพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้โดยใช้แถบกั้นอันตราย ธงริ้วกั้นอันตราย รั้วแข็ง สัญลักษณ์จราจรหรือสัญลักษณ์ความปลอดภัย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกันก็ได้

ติดต่องานฝึกอบรมหรืองานที่ปรึกษา : บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด  Tel093-7719222, 081 3402814 e-mail : sangtakieng@gmail.com

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่หนึ่ง ที่สูง-ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สอง กระเช้ายกคนและกอนโดลาไฟฟ้า : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สี่ ม้ายืน บันไดและการใช้บันไดอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้  
ตอนที่ห้า อุปกรณ์จำกัดพื้นที่และงานเชือกโรยตัว : รอการลงข้อมูล
ตอนที่หก อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู นั่งร้านและความปลอดภัยงานนั่งร้าน คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 48 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2277 คน
48740 คน
317457 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong