Sangtakieng.com

 

working at heights safety engineering
วิศวกรรมความปลอดภัยการทำงานบนที่สูง
ตอนที่ห้า การใช้สายบังคับระยะจำกัดพื้นที่และการใช้เชือกโรยตัว

งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง
e-mail : sangtakieng@gmail.com  mobile 093 7719222

ตอนที่ห้า จะกล่าวถึงการใช้สายบังคับระยะจำกัดพื้นที่และงานเชือกโรยตัว ซึ่งแบ่งการทำงานเป็นสามลักษณะคือ หนึ่ง การใช้สายบังคับระยะจำกัดพื้นที่ไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานออกนอกขอบตก, สอง การใช้ฮาร์เนสทำงานบนต้นเสาและ สาม งานเปลและเชือกโรยตัว
แม้ว่าทั้งสามลักษณะงานจะมีหลักการเดียวกัน คือหลักการ ABC, แต่ในรายละเอียดของวิธีปฏิบัติจะแตกต่างกันออกไป และเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายจึงแยกการนำเสนอเป็นสามส่วนย่อยๆ ดังต่อไปนี้

  • ใช้สายบังคับระยะ จำกัดพื้นที่ไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง ออกนอกขอบตก Fall Restraint System
  • การใช้ฮาร์เนสทำงานบนต้นเสา Pole Climbing Harness
  • งานเปลและเชือกโรยตัวสำหรับทำงานที่สูงนอกโครงสร้าง Rope Access System

 
บทนำ ปรับพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเชือก

เชือกที่ใช้ทำงานบนที่สูงหรือเชือกกู้ภัย จะถูกผลิตออกมาในลักษณะ เคินเมนเทิล (kern mantel) หมายความว่า เส้นใยจะถูกบิดเข้าด้วยกันเพื่อเป็นแกนกลาง เรียกว่า kern ส่วนเส้นใยสังเคราะห์ที่หุ้มด้านนอกเรียกว่า mantel, เชือกสำหรับใช้งานบนที่สูงมีสองประเภท คือเชือกแบบคงตัว (static rope or low stretch rope) และเชือกแบบยืดตัว (dynamic rope)
เชือกแบบคงตัวหรือเชือกแบบยืดตัวต่ำ สามารถผลิตมาจากเส้นใยหลายชนิดเช่น ไนลอน โพลีเอสเตอร์ โพลีโพพีลีนและเคปลาร์ ฯลฯ เป็นต้น  มีแก่นเชือก (kern) และเปลือกนอก (outer sheath) สองชั้น ขนาดใช้งาน ๑๑ ถึง ๑๕ มม. รับน้ำหนักขั้นต่ำ ๒๕๐๐ กิโลกรัม ยืดตัวได้ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์

คุณสมบัติของเชือก

ไนลอน Nylon เป็นเชือกสังเคราะห์ชนิดแรกของโลก หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นช่วงที่ขาดแคลนเส้นใยธรรมชาติอย่างมาก ในปี พศ.๒๔๘๑ บริษัทดูปองท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา (Dopont : USA) ได้คิดค้นเส้นใยสังเคราะห์ชนิดนี้ขึ้น ไนลอนมีคุณสมบัติทนด่างแต่ไม่ทนกรด ทนทานต่อการครูด ขัด ถู เสียดสี ทนต่อแรงตกกระตุก ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้ ไม่มีในเส้นใยชนิดอื่น เมื่อโดนน้ำจะดูดซับได้ประมาณ ๗ เปอร์เซนต์ของปริมาตรเชือกและความสามารถในการรับแรงจะลดลงประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ใช้งานได้ที่อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซนเซียส จุดหลอมเหลวอยู่ที่ ๒๑๖ องศาเซนเซียส 

 
คุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมี (Physical, Chemical Properties) 
  • ความถ่วงจำเพาะ ๑.๑๓ เท่าของน้ำ จึงไม่ลอยน้ำ(ความถ่วงจำเพาะน้ำ=)
  • ทนทานต่อแรงครูด ขัด ถู เสียดสี ยืดตัวได้สูง
  • ทนต่อแรงตกกระตุก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีในเส้นใยชนิดอื่น ทำให้ไนลอนรับแรงลักษณะดึงลากหรืองานที่เคลื่อนไหว (dynamic load) ได้ดี
  • ทนรังสียูวี (อุลตราไวโอเลท)
  • ในภาวะที่แห้ง จะเป็นฉนวนทางไฟฟ้า
  • มีความสามารถการยืดตัว ๒๐-๓๐ เปอร์เซนต์ของความยาว
  • เคมี-ทนต่อน้ำมัน ตัวทำละลายที่มาจากสารอินทรีย์ ฟอร์มาดีไฮด์และทนต่อการสัมผัสแอลกอฮอล์  

โพลีเอสเตอร์ Polyeser แข็งแรง ทนการสึกหรอ ทนแสงอุลตราไวโอเลทได้ดีกว่าไนล่อน ทนต่อสภาวะเคมีที่เป็นกรด-ด่าง ทนต่อแรงตกกระตุกได้น้อย จึงไม่ควรนำไปใช้ในเชิงกีฬา โพลีเอสทีลีนสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซนเซียส (หมายถึงยังคงสภาพ แม้ใช้ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซนเซียส) จุดหลอมตัว ๒๕๔ องศาเซนเซียส การผลิตเชือกแบบนี้ส่วนมากจะใช้ไนล่อนเป็นแกนและส่วนเปลือกจะเป็นโพลีเอสเตอร์

คุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมี (Physical, Chemical Properties)
  • ความถ่วงจำเพาะ ๑.๓๘ เท่าของน้ำ จึงไม่ลอยน้ำ
  • ทนทานต่อแรงครูด ขัด ถู เสียดสีได้ดีมาก
  • ยืดตัวได้น้อย จึงไม่ทนต่อแรงตกกระตุก ไม่แนะนำให้ใช้ในเชิงกีฬา
  • ทนรังสียูวี (อุลตราไวโอเลท) ได้ดีเยี่ยม
  • เป็นฉนวนทางไฟฟ้า non conductive to electricity
  • เคมี-ในภาวะอุณหภูมิบรรยากาศ จะทนกรด-ด่างได้ดีและความทนต่อกรด-ด่างจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น good resistance to alkalis and acid at room temperature. as the temperature increases, the resistance degreases.   

โพลีโพรพีลีนและโพลีเอททีลีน Polypropylene and Polyethylene : ความถ่วงจำเพาะน้อยกว่าน้ำ ทนต่อสภาวะเคมีที่เป็นกรด-ด่างและตัวทำละลาย ไม่ทนแสงอุลตราไวโอเลท ไม่ทนต่อการครูด ขูดขีด ขัดถู เสียดสี แนะนำให้ใช้กับงานกู้ภัยทางน้ำ เล่นสกีน้ำ อุตสาหกรรมประมง ฯลฯ เป็นต้น จุดหลอมเหลว ๑๗๐ องศาเซนเซียส

คุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมี (Physical, Chemical Properties) 
  • ความถ่วงจำเพาะ ๐.๙๑ เท่าของน้ำ จึงลอยน้ำ
  • ไม่ทนต่อแรงครูด ขูดขีด ขัดถู เสียดสี
  • หากเทียบกับเชือกชนิดอื่นซึ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากัน เชือกเส้นใย โพลีโพรพีลีน รับโหลดได้ต่ำสุด
  • ความถ่วงจำเพาะน้อย น้ำหนักจึงเบา
  • ไม่ทนความร้อนและไม่ทนต่อรังสียูวี (อุลตราไวโอเลท) หากต้องการลดข้อจำกัดดังกล่าว เชือกที่ใช้งานกลางแจ้ง ควรย้อมด้วยสีที่มีสารดูดซับรังสียูวี จะทำให้เชือกมีอายุใช้งานนานขึ้น
  • มีความสามารถการยืดตัว ประมาณครึ่งหนึ่งของไนลอน คือประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซนต์ของความยาว
  • เคมี-ทนต่อตัวทำละลายและทนต่อกรดได้ดีมาก  

 
เคปลาร์ Kevlar เส้นใยของเคปลาร์ โครงสร้างจะมีลักษณะโมเลกุลยาวของ poly-paraphenylene terephthalamide มาเกาะกัน ทนอุณหภูมิได้สูง รับแรงดึงได้สูง ทนแรงดึงได้มากกว่าเหล็กถึงเจ็ดเท่า ไม่ทนต่อแรงขูดขีดและไม่ยืดหยุ่น ไม่แนะนำให้ใช้กับงานกู้ภัยหรืองานที่รับแรงตกกระตุก

คุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมีของเคปลาร์ (Kevlar or Aramid) 
  • ความถ่วงจำเพาะ ๐.๔๔ เท่าของน้ำ
  • มีความคงสภาพมาก ยืดตัวต่ำ ๑.-.๕ เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เหมาะใช้กับงานในลักษณะตกกระตุกหรือกระตุกโหลด
  • ไม่ทนรังสียูวี (อุลตราไวโอเลท)
  • ทนทานต่อการบาด ความเหนียวสูง ทนต่อแรงดึงสูง (มากกว่าเหล็กเจ็ดเท่า : 2920 Mpa)
  • สามารถใช้งานอุณหภูมิ ๒๐๔.๔ องศาเซนเซียส ทนอุณหภูมิได้สูงสุด ๔๒๖ องศาเซนเซียส, ทนความร้อนได้สูง ทนต่อเปลวไฟ
  • ไม่นำไฟฟ้า
  • ไม่หดตัวหรือหดตัวต่ำและไม่เปราะ แม้อุณหภูมิต่ำ
  • เคมี-ความต้านทานต่อเคมีสูงแต่จะไวปฏิกิริยาทางเคมีกับคลอรีน   

เปคตร้า Spectra หรือโพลีเอททีลีนชนิดความหนาแน่นสูง มีคุณสมบัติคล้ายกับเคปลาร์ ทนต่อแรงดึงได้มากกว่าเหล็กถึงสิบเท่า ข้อเสียคือมีจุดหลอมเหลวต่ำมากแค่ ๖๖ องศาเซนเซียส ไม่แนะนำให้ใช้ในงานโรยตัวเนื่องจากจะเสียดสีกับห่วงเหล็ก Carabiner และเกิดอุณหภูมิสูง หรืองานที่สูงนอกอาคารซึ่งโดนแดดหรือสภาพแวดล้อมอื่นใดที่อุณหภูมิสูงถึงจุดหลอมเหลวของเชือก 

บันทึกเพิ่มเติม : เชือกเส้นใยสังเคราะห์ที่ซื้อมาเก็บไว้เพื่อใช้งานนานๆ ครั้ง การเก็บรักษาดี ทำความสะอาดถูกวิธี จะมีอายุใช้งานสูงสุด ๑๐ ปี ซึ่งในการใช้งานจริงหน่วยงานทำตามหลักการได้ไม่สมบูรณ์ จากการเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูล ค้นหาข้อมูลจากหน่วยงานที่ใช้เชือก พบว่าเชือกที่มีความถี่ในการใช้งานทุกสัปดาห์ ควรเปลี่ยนเชือกทุกสองปี หากใช้งานทุกเดือนหรือนานๆ ครั้ง ควรเปลี่ยนทุกห้าปี

๕.๑

การใช้สายบังคับระยะ จำกัดพื้นที่ไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานออกนอกขอบตก
Fall Restraint System 

วิธีการนี้ เหมาะกับการทำงานบนที่สูงขอบเปิด ต้องใช้สายบังคับระยะ จำกัดพื้นที่ไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานออกนอกขอบตก จะใช้กับพื้นสูงซึ่งลาดเอียงไม่เกิน ๗ องศา สภาพงานดังกล่าวมีภาวะเสี่ยงที่ผู้ปฏิบัติงานจะตกลงไปด้านล่าง จึงต้องป้องกันโดยวิธีซึ่งกำลังกล่าวถึงนี้

A-anchorage point อุปกรณ์สำหรับยึดเกาะสายบังคับระยะ
anchorage point อุปกรณ์ยึดเกาะสายบังคับระยะต้องแข็งแรง รับแรงได้ไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ กิโลกรัม (๑๕๐๐ นิวตัน) ขอบไม่คมหรือไม่ใช่ขอบเหลี่ยม กรณีที่เป็นขอบคมหรือขอบเหลี่ยมให้ใช้วัสดุอ่อนและเหนียว พันโดยรอบเสียก่อน ตัวอย่างเช่นใช้แผ่นยาง ผ้าหนาๆ กระสอบป่าน ฯลฯ เป็นต้น อุปกรณ์เกาะสายบังคับระยะ แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ

หนึ่ง-ลักษณะเฉพาะจุด อุปกรณ์ที่ติดตั้งลักษณะนี้จะสามารถเคลื่อนที่ทำงานได้ในพื้นที่รัศมีของเชือกเท่านั้น  

สอง-ลักษณะแนวยาว อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะเป็นลักษณะแนวยาวเช่น ท่อโลหะหรือ สลิงสแต-ติก-ลายน์ (static line) ผู้ปฏิบัติงานจะสามารถเคลื่อนที่ตามแนวยาวซ้ายขวาได้ การติดตั้งอุปกรณ์ยึดสายบังคับระยะลักษณะนี้จะพบมากในงานประกอบระบบท่อ งานมุงหลังคา งานเดินสายไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ เป็นต้น  

ภาพประกอบ : อุปกรณ์ยึดสายบังคับระยะเฉพาะจุด

ภาพประกอบ : อุปกรณ์ยึดสายบังคับระยะ สแตติกลายน์ตามแนวยาว

B-body harness ฮาร์เนสส์แบบเต็มตัว

ฮาร์เนสส์แบบเต็มตัว สาม D-ring คือบริเวณต้นคอด้านหลังหนึ่งตัวและบริเวณหน้าอกซ้าย-ขวาอีกสองตัว มีมาตรฐานสากลรองรับ การซื้อเข้ามาใช้ในสถานประกอบการ ต้องซื้อพร้อม certificate (certificate ในปัจจุบันจะเย็บไว้ที่ตัวของฮาร์เนสส์)

 

C-connectors สายบังคับระยะ แลนยาร์ดหรือเชือกบังคับระยะ
หมายถึงแลนยาร์ดหรือเชือกที่นำมาใช้เชื่อมต่อระหว่างตัวผู้ปฏิบัติงานกับอุปกรณ์ยึดสายบังคับระยะ (anchorage) อุปกรณ์นี้จะมีลักษณะเป็นเส้นยาว การเลือกใช้อุปกรณ์ให้พิจารณาและแนะนำดังนี้

  • แลนยาร์ด ถูกสร้างมาสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน ความยาว ๑.๕ เมตรและความยาว ๒ เมตร หากพอดีกับระยะบังคับไม่ให้ตก ก็ถือว่าสะดวก ข้อจำกัดคือปรับระยะสั้น-ยาว ตามหน้างานไม่ได้
  • เชือกและอุปกรณ์ส่วนควบ จุดเด่นคือปรับบังคับสั้นยาวได้ตามลักษณะงาน, การปรับตั้งระยะจะใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ rope ascender หรือโดยวิธีผูกเงื่อนตามระยะที่ต้องการก็ได้ หากเปรียบเทียบกับอุปกรณ์อื่น เชือกถือได้ว่าเป็นต้นทุนที่ต่ำ

 


๕.๒

การใช้ฮาร์เนสส์ทำงานบนต้นเสา Pole Climbing Harness  

เหมาะสมกับการยืนเอียงตัวเพื่อทำงานบนเสาดิ่ง ผนังดิ่งนอกอาคารหรือลักษณะอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายกัน, ยืนทำงานหมายความว่าต้องใช้มือทำงานขณะอยู่บนที่สูง จะใช้มือจับเสาแบบสามจุดสัมผัสตามหลักการ-การทำงานบนที่สูงไม่ได้ จึงต้องนำหลักการ ABC มาใช้กับการทำงานลักษณะนี้เช่นกัน

facts : กับการคิดและพัฒนาวิธีปฏิบัติที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า การเลือกใช้ฮาร์เนสทำงานบนต้นเสาจะมีแนวโน้มลดลง งานบนที่สูงตั้งแต่ ๑-๑๕ เมตร ก็มักเลือกใช้อุปกรณ์อื่นแทนเช่นใช้บันได ม้ายืน นั่งร้าน รถกระเช้า ฯลฯ เป็นต้น, วิธีปฏิบัติงานลักษณะนี้ มีข้อจำกัดกล่าวคือขณะทำงานยืนเต็มเท้าไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อน่องอยู่ในภาวะหดเกร็ง เลือดไหลเวียนเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ลดลง เมื่อระยะทำงานนานเกิน ๑๕ นาที ก็จะเกิดอาการเมื่อยล้า หลังจากยืนทำงานในภาวะเช่นนี้นานเข้า และเคลื่อนที่ไปทำงานอื่นต่อก็เกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ   
จะอย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของบางสภาพงาน วิธีนี้ก็ยังมีปฏิบัติต่อไป ฉะนั้นงานพัฒนาวิธีปฏิบัติงานและงานพัฒนาบุคลากรปฏิบัติการ จำต้องนำมาเรียนรู้ต่อไป

A-anchorage point อุปกรณ์สำหรับยึดเกาะสายบังคับระยะ
สิ่งที่มีพัฒนาการและแตกต่างไปจากเดิมคือเสาไม้แทบไม่มีเหลือ ทั้งนี้เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เสาเหล็กและเสาแบบโครงเหล็ก ถูกนำมาใช้แทนเกือบทั้งหมด รูปร่างของเสาส่วนมากจะถูกสร้างให้ส่วนโคนเสาโตกว่าส่วนปลาย การสร้างเสาลักษณะดังกล่าวนี้ นอกจากเพื่อตอบสนองการรับโหลดทางด้านวิศวกรรมแล้ว ยังส่งผลดีกับ anchorage ด้วย หมายความว่าเมื่อสายรัด-ถูกรัดกับต้นเสาและมีน้ำหนักของผู้ปฏิบัติงานกดลงตามแนวดิ่ง สายรัดจะยิ่งแน่น 
ความมั่นคงของ anchorage บนต้นเสาจะมากหรือน้อยจะเกิดจากความฝืด (fiction) ของพื้นที่สัมผัสระหว่างสายรัดกับต้นเสา  

  • เสาพื้นผิวหยาบ ความกว้างของสายรัด (anchor strap) มาก พื้นที่สัมผัสระหว่างพื้นผิวของเสากับสายรัดมาก : anchorage ก็จะรับโหลดได้ดี ไม่ลื่น
  • ในทางตรงกันข้ามหากเสาพื้นผิวเรียบ ความกว้างของสายรัดน้อย พื้นที่สัมผัสระหว่างพื้นผิวของเสากับสายรัดน้อย : anchorage ก็จะรับโหลดได้ไม่ดีและลื่น (fiction lose) ระยะลื่นไหลขยับลงด้านล่างมีมากขึ้นและจับแน่นหยุดก็เพราะความโตของฝั่งโคนเสาที่มากกว่าด้านปลายบนของเสานั่นเอง


ภาพประกอบ : pole climbing harness 

 


B-body harness ฮาร์เนสส์แบบทำงานบนต้นเสา pole climbing harness   ฮาร์เนสส์แบบทำงานบนต้นเสา สาม D-ring คือบริเวณต้นคอด้านหลังหนึ่งตัวและบริเวณเอวซ้าย-ขวาอีกสองตัว
C-connectors สายบังคับระยะ สายบังคับระยะสำหรับการทำงานบนต้นเสา จะถูกติดตั้งรวมอยู่กับสายรัด anchor strap เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ให้ศึกษาจากภาพประกอบด้านล่างนี้

     

   


๕.๓

งานเปลและเชือกโรยตัวทำงานที่สูงนอกโครงสร้าง Rope Access System

ตัวอย่างงานที่ใช้วิธีนี้เช่น งานเช็ดกระจก งานซ่อมประตู หน้าต่างและซ่อมขอบกระจกอาคารสูง งานทาสี ฯลฯ เป็นต้น, อุปกรณ์ & อุปกรณ์ อุปกรณ์ส่วนควบและฟังก์ชั่นการใช้งาน

    หมายเลขหนึ่ง สอง จุดแขวนเชือกหลักและเชือกเซฟตี้ลายน์ independent anchor

    หมายเลขสาม : เชือกเซฟตี้ลายน์ safety line 
    หมายเลขสี่ : เชือกโรยตัวเส้นหลัก 
    หมายเลขห้า หก : อุปกรณ์ปล่อยเชือก self-braking descender 
    หมายเลขเจ็ด : ฮาร์เนสส์ work positioning harness or suspended cradles
 


 
การประยุกต์ใช้หลักการ ABC กับงานเปลและงานเชือกโรยตัว
A-anchorage point อุปกรณ์สำหรับยึดเกาะสายเชือกโรยตัว : anchorage point อุปกรณ์สำหรับยึดเกาะสายเชือกโรยตัว (ในภาพประกอบคือหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสอง) แบ่งออกได้เป็นสามลักษณะคือ

  • ออกแบบไว้แล้วพร้อมกับสิ่งปลูกสร้าง
  • ใช้แคลมป์ หรือเชือกหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดมาติดตั้งใช้งานชั่วคราว
  • ใช้น้ำหนักถ่วง counter  weights

เนื่องจาก anchorage point ที่ออกแบบและมีมาแล้วพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเรื่องง่าย ผู้ใช้แค่ตรวจสภาพด้วยตาเปล่า (visual inspection) ก่อนใช้งาน ก็สามารถทราบได้ว่าใช้ได้หรือมีข้อบกพร่อง  ณ ที่นี้จะอธิบายเฉพาะการใช้แคลมป์หรือเชือกหรืออุปกรณ์ยึดเกาะเป็นการชั่วคราว และวิธีใช้น้ำหนักถ่วง (counter weights) เท่านั้น
ใช้แคลมป์ หรือเชือกหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดมาติดตั้งเป็นการชั่วคราว หมายความว่าการนำแคลมป์ที่ออกแบบตามหลักการทางวิศวกรรม หรือเชือกและอุปกรณ์ส่วนควบของเชือกที่มีมาตรฐานรองรับ หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดมาติดตั้งเพื่อแขวนเชือกโรยตัวเป็นการชั่วคราว
 

 

ภาพประกอบ : ตัวอย่างแคลมป์ที่ออกแบบตามหลักวิศวกรรม

ภาพประกอบ : ตัวอย่างเชือกสังเคราะห์สำหรับคล้องต้นเสาหรือคล้องกับโครงสร้างของอาคารโรงเรือน (Anchor Strap) เพื่อแขวนเชือกหลักหรือเชือกเซฟตี้ลายน์

 

 


 


เชือกหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดที่เป็นเส้นยาวมาติดตั้งเป็นการชั่วคราว ที่นำมาใช้แนะนำให้ใช้ ๒ ลักษณะคือ anchor strap ที่เป็นมาตรฐานและทำขึ้นเองโดยใช้เชือก ที่ส่วนปลายของเชือกทั้งสองด้านทำเงื่อนบ่วงธนู (bowline knot) และใช้ร่วมกับห่วงปากเปิดแบบ simi-auto (simi-auto carabiner)

ใช้น้ำหนักถ่วง counter weights-ในกรณีบนดาดฟ้าของอาคารหรือส่วนบนของพื้นที่ทำงานไม่มีอุปกรณ์ยึดสายเชือกโรยตัวหรือไม่มีส่วนของโครงสร้างหลักให้ใช้แคลมป์ หรือเชือกหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดมาติดตั้งได้ ก็ให้เลือกใช้น้ำหนักถ่วง counter weights โดยให้เลือกวิธีการนี้เป็นลำดับสุดท้าย, เงื่อนไขพิจารณาก่อนใช้น้ำหนักถ่วง เป็นอุปกรณ์ยึดเชือกโรยตัว

  • หนึ่ง ไม่มีอุปกรณ์ยึดเชือกโรยตัวซึ่งออกแบบไว้แล้วพร้อมกับสิ่งปลูกสร้าง
  • สอง ไม่มีโครงสร้างหลักของอาคารโรงเรือนให้ใช้แคลมป์ หรือเชือกหรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่นใดมาติดตั้งใช้งานชั่วคราว
  • สาม ต้องเป็นดาดฟ้าอาคารหรือพื้นเพลทฟอร์ม ให้วางน้ำหนักถ่วง counter weights ได้สะดวก มีขอบคันยกสูงไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร ระหว่างผนังที่โรยตัวกับพื้นดาดฟ้าหรือกับพื้นเพลทฟอร์ม

บันทึกเพิ่มเติม : กรณีไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสามข้อดังกล่าว ให้วิศวกรโยธา วิศวกรโครงสร้างหรือวิศวกรเครื่องกลเป็นผู้คำนวณและสร้างโครงสร้างและติดตั้งบนดาดฟ้าอาคารหรือเพลทฟอร์มเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ยึดเชือกโรยตัว ตัวอย่างโครงสร้างที่วิศวกรทำขึ้นเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ยึดเชือกโรยตัว

 

ภาพประกอบ : Anchorage point 

ภาพประกอบ : น้ำหนักถ่วง counter weights ที่ติดตั้งบนดาดฟ้าหรือเพลทฟอร์มจะใช้ขนาด ๒๕ กิโลกรัม ร้อยเชือกให้ติดกันขั้นต่ำหกก้อน หรือขั้นต่ำ ๑๕๐ กิโลกรัมต่อเชือกโรยตัว ๑ เส้น

 

 



 
B-body harness ฮาร์เนสส์แบบทำงานเชือกโรยตัว ให้ใช้แบบเต็มตัว ประกอบเชื่อมยึดกับเชือกโรยตัวเส้นหลักและเชื่อมยึดสำรองกับเชือกเซฟตี้ลายน์ กรณีทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จะใช้เปลร่วมด้วยก็ได้, หากใช้เปลร่วมด้วย ให้แขวนแปลกับเชือกหลักและฮาร์เนสส์ประกอบเชื่อมยึดกับเซฟตี้ลายน์    
 

ภาพประกอบ : ฮาร์เนสส์และเปลสำหรับทำงานร่วมกับงานเชือกโรยตัว

ภาพประกอบ : อุปกรณ์ปล่อยเชือกและอุปกรณ์จับเชือก (Break Descender, Rope Grab)

 

 



 
C-Connectors หมายถึงเชือกและอุปกรณ์ส่วนควบที่ใช้ร่วมกับเชือก   ความรู้เกี่ยวกับเชือก ได้อธิบายอย่างละเอียดไว้แล้วข้างต้น ลำดับนี้จะอธิบายเพิ่มเติมเฉพาะอุปกรณ์ปล่อยเชือก (break descender) เท่านั้น, อุปกรณ์จะปล่อยหรือล็อคหยุดเชือก ก็อาศัยความฝืดระหว่างผิวสัมผัสอุปกรณ์กับผิวสัมผัสของเชือก ทั้งนี้โดยมีกลไกที่บังคับด้วยมือ อุปกรณ์ฯ จะถูกสร้างบนหลักการนี้ทั้งสิ้นแต่รูปร่างแตกต่างกันไป ตามการออกแบบของแต่ละผู้ผลิต


กลับหน้าแรก คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่หนึ่ง ที่สูงและการทำงานบนที่สูง : คลิ๊กตรงนี้ 
ตอนที่สอง กระเช้ายกคนและกระเช้ากอนโดลา : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สาม รถกระเช้าและการใช้รถกระเช้าอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สี่ ม้ายืน บันไดและการใช้บันไดอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้ 
ตอนที่หก อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก : คลิ๊กตรงนี้ 
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรม สัมมนา : คลิ๊กตรงนี้ 
  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 105 คน
 สถิติเมื่อวาน 592 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4471 คน
51749 คน
371045 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong