Sangtakieng.com

๖ 

working at heights safety engineering
วิศวกรรมความปลอดภัยการทำงานบนที่สูง
ตอนที่หก อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง 
facebook  : รณรงค์ แสงตะเกียง
e-mail : sangtakieng@gmail.com  mobile 093-7719222, 081-3402814 

General ดังที่กล่าวในงานเขียนตอนที่หนึ่งก่อนหน้านี้ ว่าอุปกรณ์ เครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับทำงานบนที่สูงมีหลายประเภท อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก (fall arrest equipment or fall arrest system) ก็เป็นอีกหนึ่งในอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานบนที่สูง, วิศวกรรมความปลอดภัยอุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตก ให้เลือกใช้งานเมื่อทำงานระดับความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 5.5 เมตร และเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 5.5 เมตร จะอธิบายให้เข้าใจในตอนนี้ (บทความตอนที่หก) การนำอุปกรณ์ที่กล่าวถึงมาใช้ (A=anchorage point จุดคล้องเกี่ยว, B=body harness สายรัดแบบเต็มตัว, และ C=connectors สายผูกโยงระหว่างจุดคล้องเกี่ยวกับสายรัดแบบเต็มตัว) ต้องบรรลุถึงเจตนารมณ์หลักดังนี้
  • ลดความรุนแรงจากการตก โดยอุปกรณ์จะดูดซับแรงกระชาก (mechanical energy absorber) รั้งผ่อนแรงเป็นลำดับขั้นไม่กระตุกหยุดทันที
  • กรณีเกิดเหตุ คนต้องไม่กระแทกพื้นหรือกระแทกกับโครงสร้างหรือกระแทกกับสิ่งใดๆ ตามแนวดิ่ง ซึ่งมีผลให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • กรณีเกิดเหตุ คนต้องไม่ถูกเหวี่ยงกระแทกผนังหรือกระแทกโครงสร้างด้านข้าง (pendulum effect)

เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ลำดับนี้จะแนะนำให้รู้จักอุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตกเป็นอันดับแรก อุปกรณ์ลดความรุนแรงจากการตกจะประกอบร่วมด้วยกันสามส่วน คือ A=anchorage point, B=body harness, และส่วนประกอบร่วมอันดับที่สามคือ C=connectors จะขยายความเพิ่มเติมดังนี้ :

สายรัดแบบเต็มตัว (Body Harness) : เหตุที่อุตสาหกรรมต้องพัฒนาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลมาเป็น full body harness และเลิกใช้สายรัดคาดเอวแบบเส้นเดี่ยว (single safety Belt) ทั้งนี้อันเนื่องมาจากเหตุผล ไม่น้อยกว่าสองประเด็น
  1. เมื่อเกิดเหตุคนตกจากที่สูง safety belt แบบเส้นเดียว ไม่สามารถรักษาสมดุลของจุดศูนย์ถ่วงร่างกายผู้ประสบเหตุได้ เนื่องจากมีจุดรับแรงน้อยจุดจึงส่งผลให้ร่างกายเหวี่ยงฟาดอย่างอิสระ
  2. แรงที่เกิดจากการตก (ในทางวิศวกรรมความปลอดภัย แรงที่เกิดจากการตกคือพลังงานกล mechanical energy เกิดจากพลังงานศักดิ์+บวกกับพลังงานจลน์) จะส่งถ่ายมาที่ safety belt ซึ่งมีจุดรับแรงหรือพื้นที่รับแรงของอุปกรณ์เพียงน้อย ทำให้แรงทั้งหมดที่เกิดจากการตกส่งถ่ายแรงมายังเอวของผู้ปฏิบัติงาน ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงถึงพิการ

การซื้อ การใช้ การเก็บรักษาไว้และการรักษาสภาพให้ปฏิบัติดังนี้
  • การซื้ออุปกรณ์ อุปกรณ์ต้องมีมาตรฐานสากลรับรองและการซื้อต้องซื้ออุปกรณ์พร้อม certificate
  • การใช้อุปกรณ์ ต้องฝึกอบรมปรับฐานความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในงานปฏิบัติการบนที่สูงเสียก่อน หลังจากนั้นฝึกสอนเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกสองเรื่องง่ายๆ คือการใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องและการตรวจสอบตรวจสภาพก่อนใช้อุปกรณ์
  • การจัดเก็บ ควรใช้วิธีแขวนบนขาตั้ง ซึ่งขาตั้งสำหรับเก็บ Body Harness ต้องอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้ดี อุณหภูมิปกติไม่อยู่ใกล้การฟุ้งกระจายของเคมีที่เป็นกรดหรือเป็นด่าง
  • การรักษาสภาพ หากสกปรกให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่และผึ่งให้แห้งในที่ร่ม มีการตรวจสอบ ตรวจสภาพก่อนใช้งานประจำวันและตรวจสอบฯ โดยผู้ชำนาญการทุกปีปฎิทิน (หรือรอบ ๑๒ เดือน) การตรวจสอบประจำปีปฏิทิน ต้องมีใบบันทึกการตรวจสอบ ตรวจสภาพ


อุปกรณ์คล้องเกี่ยวระหว่างสายรัดแบบเต็มตัวกับจุดคล้องเกี่ยว (Connectors) :
อุปกรณ์คล้องเกี่ยวหรือ connectors คืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่ใช้โยงยึดระหว่างสายรัดลำตัว full body harness กับโครงสร้างจุดใดจุดหนึ่ง หากเกิดอุบัติเหตุคนตกจากที่สูง จะรั้งดึงไม่ให้ผู้ประสบเหตุ ตกลงด้านล่าง, connectors สามารถแบ่งออกตามลักษณะการใช้งานออกเป็นสามแบบ ดังนี้
  • แบบที่หนึ่ง สายแลนยาร์ดแบบสายคู่ใช้ร่วมกับช็อคอัฟซอฟเบอร์ (shock absorber)
  • แบบที่สอง สายช่วยชีวิตแบบดึงหยุด (fall arrest block, inertia reel or retractable liftline) : การทำงานอุปกรณ์แบบนี้จะมีหลักการเหมือนกับการทำงานของเซฟตี้เบลรถยนต์ (car seating belt)
  • แบบที่สาม เชือกรั้งดึงไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานออกนอกขอบตก (fall restraint equipment) : เชือกที่ใช้เป็นเชือกชนิดยือตัวต่ำ low stretch ทำจากไนล่อนหรือโพลีเอสเตอร์ มีแก่นเชือก (kern) และเปลือกนอก (outer sheath) ๒ ชั้น ขนาดใช้งาน ๑๑ ถึง ๑๕ มม. รับน้ำหนักขั้นต่ำ ๒๒๐๐ กิโลกรัม

full body harness


 

แลนยาร์ดแบบสายคู่ร่วมกับ shock absorber

เชือกชนิดยืดตัวต่ำ low stretch rope

สายช่วยชีวิตชนิดดึงหยุด 


 

ข้อปฏิบัติ ข้อห้ามในการใช้ชุดอุปกรณ์ลดความรุนแรงเนื่องจาการตก-MUST DO and DO NOT when using fall restraint equipments
  • อนุญาตให้ใช้สายแลนยาร์ด แบบสายคู่หรือสายแลนยาร์ดแบบสายแฝด (twin tail lanyard) ร่วมกับอุปกรณ์ดูดซับแรงกระแทกหนึ่งชิ้นเท่านั้น, ไม่อนุญาตให้ใช้แบบอื่น
  • ขณะใช้อุปกรณ์ลดความรุนแรงเนื่องจากการตก ต้องเกี่ยวสายแลนยาร์ดทั้งสองเส้นไว้ที่จุดยึดเกี่ยว (anchorages point) ห้ามคล้องพันไว้กับตัวผู้ปฏิบัติงาน  
  • ขณะเคลื่อนย้ายตัวบนพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องมีสายแลนยาร์ดอย่างน้อยหนึ่งเส้นคล้องเกี่ยวอยู่ที่จุดคล้องเกี่ยว (anchorages point) ตลอดเวลา  

จุดคล้องเกี่ยว (Anchorage Point) : ขั้นพื้นฐาน ต้องไม่ลืมคุณสมบัติ ๓ ข้อ ของจุดคล้องเกี่ยวคือ
  • แข็งแรง ขอบไม่คมหรือไม่ใช่ขอบเหลี่ยม 
  • สูงได้ระดับ
  • ดิ่งเหนือตัวผู้ปฏิบัติงาน เอียงได้ไม่เกิน ๓๐ องศา 

  • แข็งแรง ขอบไม่คมหรือไม่ใช่ขอบเหลี่ยม : สำหรับผู้ปฏิบัติงานให้พิจารณาว่า หากเกิกเหตุตกจากที่สูง จุดคล้องเกี่ยวต้องไม่แตก หัก สามารถรับแรงจากการตกได้ ส่วนในทางวิศวกรรมนั้นจุดคล้องเกี่ยวต้องรับแรงได้ไม่ต่ำกว่า 1500 นิวตัน x พิกัดเผื่อความปลอดภัย 3.5 เท่าหรือ w=mg หากต้องการค่ารับแรงกระตุกหน่วยเป็นกิโลกรัม วิธีคิดคือ 1500 หารด้วย 9.81=153 กิโลกรัม x 3.5 เท่า=535.5 กิโลกรัม) และกรณีที่เป็นขอบคมหรือขอบเหลียม หากเราใช้เชือกหรือวัสดุอ่อนไปคล้อง เมือเกิดเหตุก็จะกระตุกโหลด (พลังงานศักย์ + พลังงานจลน์=พลังงานกล) ก็อาจทำให้วัสดุอ่อนขาด ผู้ปฏิบัติงานจะตกลงด้านล่าง
  • สูงได้ระดับ : ฐานทางด้านวิศวกรรมความปลอดภัยมาจากการรวมความยาวของอุปกรณ์ + ความสูงคน หากเกิดเหตุส่วนหนึ่งส่วนใดต้องไม่กระแทกพื้น วิธีคิด = ความยาวชุดแลนยาร์ด + shock absorber ตอนคลี่หลังเกิดเหตุ + ความสูงคน + ระยะเผื่อความปลอดภัยก่อนปลายเท้ากระแทกพื้น = 1.5+1.75 (ความยาว shock absorber 1.75 เมตร แต่จากข้อมูลการทดสอบจริง หากเกิดเหตุจะคลี่ออกสูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 70 ของความยาวทั้งหมด นั่นคือคลี่ไม่เกิน 1.225 เมตร)+1.8+1.0 = 5.5 เมตร

  

 

คำอธิบายภาพ : ค่าระดับความสูงตามทฤษฎี แสดงดังภาพแต่เมื่อทดลองกับหุ่น shock absorber จะคลี่ความยาวสูงสุดไม่เกิน 1.2 เมตร ค่าใช้งานจริงจึงใช้ค่าความสูงที่เท่ากับหรือมากกว่า 5.5 เมตร


 

           

  • ดิ่งเหนือตัวผู้ปฏิบัติงาน เอียงได้ไม่เกิน ๓๐ องศา : ดีที่สุดคือจุดคล้องเกี่ยวอยู่ดิ่งเหนือตัวผู้ปฏิบัติงาน ข้อจำกัดในพื้นที่ทำงานบนที่สูงคือสภาพการทำงานแต่ละที่แตกต่างกัน บางครั้งไม่มีจุดคล้องเกี่ยวตามที่เราต้องการไม่ได้ จากการทดลองพบว่าเอียงได้ ๓๐ องศา เราเรียกว่าค่าความเอียงของจุดคล้องเกี่ยว (anchorage point ที่ยอมรับได้) หากเอียงกว่านี้เมื่อเกิดเหตุคนตกจากที่สูง จะมีการเหวี่ยงกระแทกด้านข้างและทำให้ผู้ปฏิบัติบาดเจ็บถึงขั้นบำบัดทางการแพทย์ (medical treatment injury ) บาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (loss time injuries) หรือสูงกว่า

notes : จุดคล้องเกี่ยวแลนยาร์ดเอียง ไม่ดิ่งเหนือตัวผู้ปฏิบัติงาน เมื่อเกิดเหตุทำให้ตัวของผู้ปฏิบัติงานถูกเหวี่ยงกระแทกผนังหรือโครงสร้างด้านข้าง เรียกลักษณะการเกิดเหตุดังนี้ว่า pendulum effect


       

 
ติดต่องานฝึกอบรมหรืองานที่ปรึกษา : บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด Tel093-7719222, 081-3402814 e-mail : sangtakieng@gmail.com

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่หนึ่ง ที่สูงและการทำงานบนที่สูง : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สอง กระเช้ายกคนและกระเช้ากอนโดลา : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สาม รถกระเช้าและการใช้รถกระเช้าอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่สี่ ม้ายืน บันไดและการใช้บันไดอย่างปลอดภัย : คลิ๊กตรงนี้
ตอนที่ห้า อุปกรณ์จำกัดพื้นที่และอุปกรณ์งานเชือกโรยตัว : รอการลงข้อมูล
ไปยังเมนู นั่งร้านและความปลอดภัยงานนั่งร้าน คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้ 

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 49 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2278 คน
48741 คน
317458 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong