Sangtakieng.Com
 
Permit to Work
การขออนุญาตทำงานและขออนุญาตเลิกงาน
 
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง 
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222 
 
บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด (ASSA) : ฝึกอบรม
อบรม สัมมนา งานที่ปรึกษาจัดทำระบบ-ระเบียบปฏิบัติงาน
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222 

ลำดับขออนุญาตทำงาน 
การเรียนรู้และทำความเข้าใจการขออนุญาตทำงานและขออนุญาตเลิกงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น แนะนำให้เข้าใจภาพรวมเสียก่อน ลำดับนี้จึงขอนำเสนอ ภาพรวมเป็นประเด็นแรก หลังจากนั้นก็จะนำบางข้อหัวที่มีรายละเอียดมากและเข้าใจยาก มาขยายความ ทั้งนี้เพื่อกำกับทิศทางการเรียนรู้ให้เข้าใจ ให้เป็นลำดับขั้น-นั่นเอง
 
ลำดับศูนย์ เริ่มจาก บริษัท-องค์กรประสงค์และร้องขอให้ทำงานที่อับอากาศ 
ลำดับหนึ่ง หัวหน้ากลุ่มงานและผู้ช่วยเหลือ ทำสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนาม 
ลำดับสอง หัวหน้ากลุ่มงานจัดทำเอกสารขออนุญาตทำงานและเอกสารแนบ  
  • เอกสารขออนุญาตทำงาน ต้องมีแผนกู้ภัย ช่วยชีวิตช่วยเหลือที่ส่วนท้ายฉบับ
  • เอกสารแนบ-ใบรายการตัดแยกพลังงานและล็อคเอาท์ระบบ
  • เอกสารแนบ-ใบบันทึกการเข้าออกที่อับอากาศของผู้ปฏิบัติงานและบันทึกการตรวจวัดบรรยากาศ 
ลำดับสาม ยื่นเอกสารขออนุญาตทำงานและเอกสารแนบ-กับผู้อนุญาต กรณีมีคำแนะนำจากผู้อนุญาต เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดใดๆ ก็ให้ทบทวนและดำเนินการปรับปรุงแก้ไข
ลำดับสี่ หัวหน้ากลุ่มงานลงชื่อเข้าทำงาน ในเอกสารขออนุญาตทำงาน 
ลำดับห้า ปิดกั้นควบคุมพื้นที่ทำงานและประสานงานให้ตัดแยกพลังงาน ล็อคเอาท์ระบบ
ลำดับหก ประชุมกลุ่มทำงานสั้นๆ 5-10 นาที (Toolbox Meeting or Toolbox Talk) 
ลำดับเจ็ด ให้กลุ่มงานลงชื่อในเอกสารขออนุญาตทำงานและเปิดงาน-เริ่มการทำงาน

ขยายความ-เอกสารขออนุญาตทำงานและเอกสารแนบ 
การจัดทำเอกสารขออนุญาตทำงาน ต้องใช้กระบวนการชี้บ่งและระบุอันตราย อาจจะใช้เครื่องมือที่องค์กรหรือบริษัทถนัดก็ได้ แต่ที่แนะนำมี 3 เครื่องมือคือ วิธีประเมินความเสี่ยงหรือประเมินสภาพงาน (Risk Assessment), วิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA-Job Safety Anylysis) และใบตรวจความปลอดภัย (Checklist) /สำหรับการทำงานที่อับอากาศ เสนอแนะให้เลือกวิธีประเมินความเสี่ยงหรือประเมินสภาพงาน เป็นเครื่องมือหลัก ทั้งนี้เนื่องจากวิธีนี้มีขั้นตอนการคิดละเอียด มีประสิทธิภาพและมั่นใจสำหรับการควบคุมอุบัติเหตุ, สามเครื่องมือที่นำมาขยายความในลำดับนี้ 
 
  • การประเมินความเสี่ยงหรือการประเมินสภาพงาน (Risk Assessment) : การประเมินความเสี่ยงมีหลายมาตรฐาน บริษัท-องค์กรจะใช้มาตรฐานใดที่ถนัดก็ได้ แต่บทความนี้จะกล่าวถึงมาตรฐานออสเตรเลีย AS/NZS 4360 Risk Assessment, การประเมินความเสี่ยง (ประเมินสภาพงาน) ตามมาตรฐาน AS/NZS 4360 หมายถึง การชี้บ่งระดับอันตรายของอุบัติการณ์โดยพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสที่จะเกิดอันตรายกับผลกระทบที่ตามมา (Likelyhood : Consequence), เครื่องมือนี้เหมาะสมและใช้ได้กับลักษณะงาน (หรือขั้นตอนงาน) ที่มีความเสี่ยงสูงเช่นงานที่สูง นั่งร้าน ความร้อนและประกายไฟ งานไฟฟ้าแรงสูง ขุดเจาะในเขตโรงงาน ขนถ่ายโดยใช้เครื่องกลผ่อนแรง และหมายความรวมถึง-การทำงานที่อับอากาศด้วย  
  • การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA-Job Safety Analysis) : เหมาะสมใช้กับงานทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่กลุ่มงานเสี่ยงอันตรายสูง /เจเอสเอ คือการชี้บ่งและระบุอันตราย ซึ่งการชี้บ่งและระบุอันตรายนี้ ต้องครอบคลุมอันตรายทั้ง 4 ด้านคือ อันตรายทางด้านกายภาพ, อันตรายทางด้านเคมี, อันตรายทางด้านชีวภาพและอันตรายทางด้านเออกอนโอมิกส์ (Phtsical Hazards, Chemical Hazards, Biologigal Hazards และ Ergonomices Hazards) /ขั้นตอนทำงานใดที่ชี้บ่งและระบุอันตรายได้ ให้กำหนดมาตรการควบคุมป้องกันอันตรายนั้น
  • ใบตรวจความปลอดภัย (Checklist) : ใช้ได้กับทุกงาน ทั้งลักษณะงานความเสี่ยงสูงและงานทั่วไป ข้อจำกัดคือสร้างยาก ฉะนั้นมักถูกมอบหมายให้ผู้ชำนาญการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้จัดทำหรือเป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำ กล่าวได้ว่า Checklist สร้างขึ้นยากแต่ใช้งานง่าย /Checklist สรุปคุณลักษณะเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ 
  1. เป็นเทคนิคและวิธีการที่ใช้ได้กับทุกงาน ทั้งงานทั่วๆไปและลักษณะงานที่มีความเสี่ยงสูง
  2. Checklist ต้องจัดทำโดยผู้ชำนาญการณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ
  3. วิธีทำหัวข้อตรวจสอบ ให้กำหนดหัวข้อหลักก่อน และนำหัวข้อหลักมาแจกแจงเป็นข้อย่อยๆ
  4. หัวข้อตรวจสอบ ต้องเป็นข้อความเชิงบวก ซึ่งเมื่อนำไปใช้งาน-ข้อใดเลือก Yes=ผ่าน /ส่วนข้อใดเลือก No=ต้องกำหนดมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ
  5. สร้างยาก ใช้งานง่าย
  6. ก่อน-นำไปใช้งาน ต้องตรวจคุณภาพซ้ำโดยผู้ชำนาญการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน   
เอกสารแนบ : ใบบันทึกการเข้าออกที่อับอากาศของผู้ปฏิบัติงานและบันทึกการตรวจวัดบรรยากาศ แนะนำให้เป็นใบแนบ แยกออกจากเอกสารขออนุญาตทำงาน เนื่องจากขณะทำงาน ผู้ช่วยเหลือต้องนำไปใช้งานลักษณะ On Hand (อยู่กับตัว) 

ลำดับขออนุญาตเลิกงาน
เลิกงานแบบงานแล้วเสร็จ (Finished Job) : เลิกงานหลังจากแล้วเสร็จบรรลุตามเงื่อนไขที่ขออนุญาตทำงาน มีลำดับดังนี้
ลำดับหนึ่ง ให้ผู้ปฏิบัติงานทำความสะอาดที่อับอากาศ พื้นที่ทำงานและลงนามออกจากเอกสารขออนุญาตทำงาน 
ลำดับสอง หัวหน้ากลุ่มงาน-ประสานผู้มีหน้าที่ตัดแยกพลังงานและล็อค-เอาท์ระบบ ปลดคืนระบบและยกเลิกการปิดกั้นควบคุมพื้นที่ทำงาน 
ลำดับสาม หัวหน้ากลุ่มงาน-ยื่นขอปิด, จบการทำงานกับผู้อนุญาต 
ลำดับสี่ หัวหน้ากลุ่มงาน-ส่งมอบเอกสารขออนุญาตทำงานและเอกสารแนบ ให้ผู้รับผิดชอบจัดเก็บเอกสารที่บริษัท-หรือองค์กรมอบหมาย

เลิกงานแบบงานค้าง (Inactive Job) : หมายถึงต้องหยุดงานเนื่องจากมีความผิดปกติ หรือมีข้อจำกัด หรือมีอุปสรรค์ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้, การปิดงานลักษณะนี้ ขั้นตอนเหมือนกับแบบแรก-แต่หัวหน้ากลุ่มงานต้องแนบเอกสารบันทึกถึงข้อจำกัดที่เกิด (NSER-Non Standard Even Report) เพื่อให้บริษัท นำข้อมูลไปวางแผนเพื่อกลับมาทำงานในโอกาสต่อไปได้โดยสะดวก ไม่ต้องกลับมาเก็บข้อมูลส่วนนี้ใหม่
 

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
กลับเมนูหลัก ความปลอดภัยการทำงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู คุณสมบัติของผู้เกี่ยวข้องกับงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักเกณฑ์ วิธีการชี้บ่งที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู บทบาท หน้าทีและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การประเมินสภาพงานและมาตรการควบคุมอันตราย : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การตรวจวัดก๊าซและเทคนิคการระบายอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลและ SCBA : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู แผนฉุกเฉิน แผนช่วยชีวิต ช่วยเหลือ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้ 

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 48 คน
 สถิติเมื่อวาน 311 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4723 คน
21169 คน
1032927 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong