|
|
atmosphere testing, ventilation and fume extraction technique |
| การตรวจวัดก๊าซและเทคนิคระบายอากาศ |
| |
| งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง | | facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง | | e-mail : sangtakieng@gmail.com phone 093 7719222 | | | | บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด (ASSA) : ฝึกอบรม | | อบรม สัมมนา งานที่ปรึกษาจัดทำระบบ-ระเบียบปฏิบัติงาน | | e-mail : sangtakieng@gmail.com phone 093 7719222 |
| พฤติกรรมการลอยตัวของก๊าซ Gas Behavior | | | | การลอยตัว ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของก๊าซเทียบกับอากาศ (density relative to air) หมายความว่าก๊าซที่ความหนาแน่นน้อยกว่าอากาศจะลอยสูง, หนาแน่นฯ ใกล้เคียงก็จะลอยปะปนอยู่กับอากาศ หากหนาแน่นมากกว่าอากาศจะลอยต่ำ เพราะฉะนั้นการตรวจวัดก๊าซในที่อับอากาศ จึงต้องวัด 3 ระดับคือล่าง ระดับกลางและระดับบน /ส่วนความถี่การตรวจวัดและบันทึก กรณีกระบวนการทำงานที่ไม่มีก๊าซเสียเกิดขึ้น ให้ตรวจวัดก่อนเข้าที่อับอากาศ และระหว่างการปฏิบัติงานทุก 2 ชั่วโมง, หากเกิดก๊าซเสียจากกระบวนการทำงานนอกจากจะตรวจวัดก่อนเข้าแล้ว ให้เพิ่มความถี่ตรวจวัดและบันทึกค่าทุก 30 นาที หรือทุกหนึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพงาน-นั้นๆ |
| notes เครื่องวัดก๊าซ Multi-Gas Detector โดยปกติเครื่องตรวจวัดก๊าซจะปรับตั้งใหม่เฉพาะค่าเปอร์เซนต์ของ LEL ของก๊าซที่ติดไฟหรือระเบิดได้เท่านั้น ส่วนค่าออกซิเจน คาร์บอนมอนอ๊อกไซด์และไฮโดรเจนซัลไฟล์ จะถูกปรับตั้งไว้แล้ว เนื่องจากเป็นค่าคงที่ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลง | - เครื่องตรวจวัดก๊าซ สอบเทียบค่าศูนย์ในภาวะอากาศปกติ (verify and zeroing set-up)
- เครื่องตรวจวัดก๊าซ-ปรับตั้งค่า 5-10% ของ LEL-lower explosive limit
- บ่อน้ำเสีย บ่อพักสิ่งปฏิกูลหรือบ่อที่มีน้ำเสียหมักหมม ให้วัดค่า H2S ค่ายอมรับสูงสุดต้องไม่เกิน 10 ppm (reference TWA-time weight average ของ H2S=10 ppm)
| | การระบายอากาศที่อับอากาศ Ventilating Confined Spaces | | | | ดังกล่าวแล้วว่า ขั้นพื้นฐานหรือขั้นต่ำ บรรยากาศในที่อับอากาศต้องตรวจวัดก๊าซสี่ชนิดคือ ออกซิเจน (Oxygen) /ค่าความเข้มข้นต่ำสุดของก๊าซติดไฟที่สามารถติดไฟหรือระเบิดได้ (LEL-lower explosive limited) /คาร์บอนมอนออกไซด์และก๊าซไข่เน่า (Carbon Monoxide, Hydrogen Sulfied) | - Oxygen : ออกซิเจน ค่าควบคุม 19.5-23.5 เปอร์เซนต์โดยปริมาตร
- LEL-lower explosive limit : ความเข้มข้นต่ำสุดที่ทำให้ก๊าซติดไฟหรือระเบิดได้ ค่าสูงสุดที่ยอมรับ 10 เปอร์เซนต์ LEL
- CO-Carbon Monoxide : คาร์บอนมอนออกไซด์ ค่าสูงสุดที่ยอมรับ 30 PPM
- H2S-Hydrogen Sulfied : ไฮโดรเจรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) ค่าสูงสุดที่ยอมรับ 10 PPM
|  |
| วิธีระบายอากาศ | | | | วิธีระบายอากาศ วิธีระบายอากาศในที่อับอากาศมีสามวิธีคือการระบายอากาศตามธรรมชาติ วิธีระบายอากาศโดยใช้กลไก การระบายอากาศเฉพาะที่และการระบายอากาศแบบผสมผสาน ขยายความเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ | - ระบายอากาศตามธรรมชาติ (natural ventilation) คือการระบายอากาศโดยอาศัยหลักการไหลของก๊าซ, ก๊าซที่อุณหภูมิสูงกว่าจะขยายตัว ทำให้ความหนาแน่นลดลง พฤติกรรมจึงลอยสูงขึ้น ดังนั้นอากาศในภาวะอุณหภูิมิปกติ นั่นหมายถึงความหนาแน่นปกติด้วย-ก็จะไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้อากาศเสียถูกขับออก การระบายอากาศตามธรรมชาติมีข้อจำกัดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
| - ที่อับอากาศต้องมี manhole บนและ manhole ล่าง-เมื่อเปิดออก อากาศที่อุณหภูมิสูงกว่าซึ่งความหนาแน่นน้อยกว่าจะไหลออกด้านบนและอากาศอุณหภูมิปกติจะไหลเข้ามาแทนที่
- ทิศทางการไหลของอากาศ ไหลได้ทิศทางเดียวเท่านั้นคือล่างขึ้นบน
- ควบคุมความเร็วในการระบายอากาศไม่ได้ เนื่องจากความเร็วการระบายอากาศต้องขึ้นอยู่กับปริมาตรของที่อับอากาศ, ขนาด manhold และอุณภูมิบรรยากาศ ณ ช่วงเวลานั้น-หากอุณหภูมิสูง โมเลกุลของอากาศจะขยายตัวเร็ว ความหนาแน่นก็จะลดลงเร็ว การลอยตัวเพื่อระบายอากาศก็จะเร็วด้วย
| - ระบายอากาศโดยใช้กลไก (mechanical ventilation, replacement ventilation or local exhaust ventilation) โดยการใช้พัดลมบังคับให้เกิดการไหลเวียนของก๊าซระหว่างภายยนอกกับภายใน
| - ใช้พัดลมดูดออก (negative exhaust ventilation) -ภายในที่อับอากาศจะมีความดันบรรยากาศน้อยกว่า อากาศจากภายนอกจึงไหลเข้าไปแทนที่
- ใช้พัดลมเป่าเข้า (positive supply ventilation) -อากาศภายนอกจะดันให้อากาศเสียภายในไหลทิ้งออกไป บรรยากาศภายในจะมีความดันสูงกว่าภายนอก
- ดูดอากาศภายในออกและเป่าอากาศจากภายนอกเข้า (combined push-pull ventilation) ปกติจะใช้ capacity ของพัดลมที่มีขนาดเท่ากัน ความดันบรรยากาศจะเป็นแบบสมดุล ความดันข้างนอกเท่ากับความดันด้านใน
- ระบายอากาศเฉพาะที่ (local exhaust ventilation) ใช้พัดลมดูดก๊าซเสียออกแหล่งกำเนิด ทำให้ลดการฟุ้งกระจาย ทั้งนี้ก๊าซเสียจะถูกลำเลียงอออกสู่ภายนอกโดยตรง
- ข้อดีการระบายอากาศวิธีนี้คือ ระบายอากาศได้เร็วตามกำลังของพัดลมและไม่จำกัดทิศทางการไหลของก๊าซ สามารถบังคับทิศทางการไหลได้ เช่นจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ล่างขึ้นบนหรือบนลงล่างก็ได้
- มีทางเข้าออกหรือ manhole เพียงทางเดียวหรือหลายทาง ก็สามารถระบายอากาศได้
| - ระบายอากาศร่วมกันทั้งวิธีธรรมชาติกับใช้กลไก ที่อับอากาศซึ่งมีสอง manhole หรือมากกว่า จะใช้วิธีนี้เป็นหลัก เพราะระบายอากาศได้เร็ว สะดวกและมีประสิทธิภาพ
| - เหมาะกับที่อับอากาศที่มีมากกว่าหนึ่ง manhole
- ระบายอากาศได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
- หากเปรียบเทียบกับที่อับอากาศซึ่งมีรูปทรงและปริมาตรใกล้เคียงกัน วิธีนี้จะใช้ blower จำนวนน้อยกว่า ประหยัดเวลาทำงานและลดค่าใช้จ่ายสำหรับขนย้าย
|
| ทฤษฏีเชิงปฏิบัติการ เป้าหมายหลักการระบายอากาศคือทำให้สภาพบรรยากาศมีความปลอดภัย หมายความว่าออกซิเจน ความเข้มข้นของสารติดไฟได้ คาร์บอนมอนออกไซด์และก๊าซไข่เน่า อยู่ในค่าควบคุม นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้อื่นอีก เช่นลดความดัน ลดอุณหภูมิภายในให้ใกล้เคียงกับบรรยากาศข้างนอก ฯลฯ เป็นต้น เหล่านี้ทำให้คนทำงานรู้สึกสบายตัว รู้สึกหายใจสะดวกขึ้น ฉะนั้นบางกรณีแม้ผลการตรวจวัดบรรยากาศก่อนเริ่มงานอยู่ในค่าควบคุม แต่พบว่าหัวหน้ากลุ่มงาน (Job Leader) ยังดำเนินการให้ระบายอากาศ เหตุผลคือให้คนทำงานสะดวกและรู้สึกสบายขึ้น นั่นเอง | | | | พัดลมและระยะเวลาระบายอากาศ | | | - พัดลมระบายอากาศ : ประกอบด้วยสองส่วนคือ (1) พัดลมและกรวยรับอากาศ fan and hood ภาพประกอบ AB มีหน้าที่ดูดอากาศเข้ามาและสะสมระยะเวลาสั้นๆ เพื่อส่งต่อไปยังท่อส่งหรือท่อนำอากาศ การใช้ระบายอากาศในที่อับอากาศ สามารถจับหมุนกลับทิศทางให้เป่าเข้าหรือดูดออกก็ได้ (2) ท่อส่งหรือท่อนำอากาศ duct ภาพประกอบ C ถูกออกแบบเป็นลักษณะท่อย่น ยืดหดได้ ถูกประกอบเข้ากับพัดลมระบายอากาศ, ท่อส่งหรือท่อนำอากาศ จะรับอากาศจากพัดลมและถูกขับเคลื่อนอากาศออกไปยังปลายท่อ
|
| | | - ระยะเวลาระบายอากาศ : ให้ประเมินปริมาตรโดยสังเขปของ confined spaces และอ่าน nameplate ความสามารถการขับเคลื่อนอากาศของพัดลม หลังจากนั้นให้ประมาณการเวลาดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้ : confined spaces มีปริมาตร 40 ลูกบาศก์เมตร, พัดลมระบายอากาศ capacity 120 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง วิธีคิดเทียบ-บัญญัติไตรยางศ์ (rule of three) โดยสังเขป
| 120 ลูกบาศก์เมตร ระบายอากาศ 60 นาที, เพราะฉะนั้น confined spaces 40 ลูกบาศก์เมตร ใช้เวลาระบายอากาศในอุดมคติ 30 นาที แต่ในทางปฏิบัติ-การระบายอากาศจะมีความสูญเสียจากหลายปัจจัย เช่นความหยาบของผนัง confined spaces, ลักษณะทางกายภาพเป็นเหลี่ยม หรือบริเวณที่อับทึบซึ่งอากาศเคลื่อนที่ปะทะ ความหยาบ hood, ท่อส่ง ความโค้งท่อส่ง ฯลฯ เหล่านี้ ทำให้การระบายอากาศช้ากว่าเดิม จึงต้องเผื่อเวลา ความสูญเสียประมาณ +ร้อยละ 50 ของเวลาที่คำนวนได้คือ 15 นาที เพราะฉะนั้นจากตัวอย่าง ต้องใช้เวลาระบายอากาศ 30+15 = 45 นาที | เหตุใดจึงให้ประมาณการณ์เวลาระบายอากาศ : หลังจากระบายอากาศตามเวลาที่ประมาณการณ์ไว้ ต้องตรวจวัดบรรยากาศซ้ำและยืนยันผลการระบายอากาศ หากบรรยากาศอยู่ในค่าควบคุมก็ผ่านการทำงานในลำดับนี้ หากผลฯ เป็นทางตรงกันข้ามก็ต้องระบายอากาศต่อ กระทั่งตรวจวัดผ่าน ฉะนั้นการใช้เวลาในคราวแรกจึงให้ใช้เวลาโดยประมาณการณ์ เพราะขั้นปลายจะเชื่อถือและยืนยันผลตรวจวัดจากเครื่อง gas detector อยู่ดี | | | | เทคนิคระบายอากาศ Ventilation and Fume Extraction Technique | | | - ทางเข้าด้านดูดอากาศของพัดลม ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งมีอากาศสะอาด (fresh air) ไม่มีก๊าซเสีย ฝุ่นควัน ฯลฯ
- พัดลม กรวยรับอากาศ ข้อต่อ สายส่งอากาศ (หรือท่อนำอากาศ) และอุปกรณ์ส่วนประกอบ ต้องผ่านการตรวจสภาพ-และสภาพเป็นปกติพร้อมใช้งาน
- กรณีตรวจวัด พบว่ามีสารติดไฟได้ตกค้าง การใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต้องเป็นประเภทป้องกันการระเบิด (be sure tools are spark proof)
- ท่อด้านดูดอากาศ ต้องไม่วางใกล้ส่วนปลายของท่อทิ้งก๊าซเสียซึ่งถูกขับเคลื่อนมาจาก confined spaces
- ปลายท่อด้านปล่อยก๊าซเสียซึ่งนำออกจาก confined space ต้องไม่ใกล้ทางเข้าหรือใกล้ manhole เกินไป โดยพิจารณาไม่ให้ก๊าซเสียย้อนกลับเข้า confined space
- เทคนิควางปลายของท่อทางดูดหรือท่อเป่า ต้องระบายอากาศได้ทั่วถึง ไม่มีมุมอับให้อากาศเสียตกค้าง (short circuiting : when thia happens much of the space never gets ventilated at all.)
- เทคนิควางปลายของท่อทางดูดหรือท่อเป่า ต้องคำนึงถึงความหนาแน่นของก๊าซด้วย หมายความว่าต้องระบายอากาศได้ทั้งระดับล่าง ระดับกลางและระดับบน
- ลักษณะงานที่เกิดก๊าซเสียเช่น งานเชื่อมไฟฟ้า งานเชื่อมตัดด้วยก๊าซ งานทาสี งานเคลือบผิว งานที่ใช้สารซึ่งเป็นตัวทำละลาย งานพ่นทราย ฯลฯ (welding-painting-coating-using
solvents-sandblasting) ให้ใช้วิธีระบายอากาศเฉพาะที่ร่วมด้วย
|
|
| กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้ |
| กลับไปยังเมนูหลัก ความปลอดภัยการทำงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้อ |
| ไปยังเมนู คุณสมบัติของผู้เกี่ยวข้องกับงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู หลักเกณฑ์ วิธีการชี้บ่งที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู บทบาท หน้าทีและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู การขออนุญาตเข้าทำงานและการขออนุญาตเลิกงาน : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู การประเมินสภาพงานและมาตรการควบคุมอันตราย : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลและ SCBA : คลิ๊กตรงนี้ |
| ไปยังเมนู แผนฉุกเฉิน แผนช่วยชีวิต ช่วยเหลือ : คลิ๊กตรงนี้ | |
|
|
|
| VISIT |
สถิติวันนี้ |
111 คน |
สถิติเมื่อวาน |
128 คน |
สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด |
3505 คน 26108 คน 1037866 คน |
| เริ่มเมื่อ 2012-10-14 |
| |
| | | |