Sangtakieng.Com
hazards identified and control of measure
การประเมินสภาพงานและมาตรการควบคุมอันตราย
 
งานเขียน เรียบเรียงและนำเสนอ : รณรงค์ แสงตะเกียง
facebook : รณรงค์ แสงตะเกียง 
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222

บริษัท เอเซีย แสงตะเกียง จำกัด (ASSA) : ฝึกอบรม
อบรม สัมมนา งานที่ปรึกษาจัดทำระบบ-ระเบียบปฏิบัติงาน 
e-mail : sangtakieng@gmail.com  phone 093 7719222 


ทบทวนองค์ความรู้ระดับพื้นฐาน
 
ทบทวนเรื่องแรก : กลุ่มอันตรายในงานปฏิบัติการอุตสาหกรรม
ปฐมบทแห่งการประเมินสภาพงาน มาจากวิชาการที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน แต่ที่ยึดเป็นหลักมีสองส่วนคือวิชาการทางด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (industrial hygiene : คาดการณ์-ตระหนัก-ประเมิน-ควบคุม anticipation-recognition-evaluation-control measure) และวิชาทางด้านวิศวกรรมความปลอดภัย (safety engineering) /การประยุกต์ใช้สองศาสตร์นี้ ไม่ได้นำทฤษฎีล้วนมาใช้ หากแต่จะนำมาปรับใช้ในลักษณะทฤษำีเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนทำงานเข้าใจได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมอุบัติเหตุด้วย ดังนั้น-การประยุกต์ใช้จึงยึดแนวทาง ให้อันตรายที่แฝงอยู่ในการทำงาน (plant related hazards) แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้ คือ
 
  1. อันตรายทางกายภาพ physical hazard : ตัวอย่างเช่นไฟฟ้าดูด ลื่นล้ม สั่นสะเทือน บาดตัดหนีบ ทิ่มแทง ฝุ่นควัน ร้อนหนาว กระแทกชน ทุบตี ตกจากที่สูง ตกใส่ รังสี ฯลฯ
  2. อันตรายทางด้านเคมี chemical hazard : ต้องทำความเข้าใจว่าเคมีหรือวัถุอันตราย (chemical or hazadous substances) อาจจะอยู่ในสถานะใด สถานะหนึ่ง อาจอยู่ในรูปของแข็ง เป็นของเหลวหรืออยู่ในสถานะก๊าซก็ได้ ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ระบบใดระบบหนึ่งภายในร่างกายทำงานผิดปกติ
  3. อันตรายทางด้านไบโอโลจิคัล biological hazard : สำหรับการปรับใช้กับงานที่อับอากาศซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมผลิตอาหาร น้ำหรือเครื่องดื่ม ให้เข้าใจเพียงง่ายๆ ว่า-หมายถึงสิ่งมีชิวิตขนาดเล็ก เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดโรคจากการทำงาน เช่นเชื้อโรค แบคทีเรีย  
  4. อันตรายทางด้านเออร์กอนโอมิกส์ ergonomics hazard : สาเหตุหลักของอันตรายกลุ่มนี้มาจากการยกของหนักเกินกำลัง ยกของท่าทางฝืนธรรมชาติ และท่าทางการทำงานซ้ำ-ซ้ำ เดิม-เดิม มีความถี่มากครั้งต่อวัน ซึ่งสามสาเหตุที่กล่าวถึงนี้ จะส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อโครงร่างและระบบกระดูก

ทบทวนเรื่องที่สอง : เครื่องมือที่ใช้ชี้บ่งและระบุอันตราย (Hazards Identified)
เครื่องมือที่ใช้ชี้บ่งและระบุอันตราย มีเป็นจำนวนมาก ถูกคิดค้นและสร้างขึ้นจากหลายองค์กร มีเจตนารมณ์เดียวกันคือควบคุมอันตรายไม่ให้เกิดกับคน ทรัพย์สินขององค์กร สิ่งแวดล้อมและไม่ให้เกิดผลกระทบกับชุมชน ซึ่งในรายละเอียดของเครื่องมือหรือวิธีการ จะแตกต่างกันไปให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
  • ใบตรวจสอบความปลอดภัย Checklist
  • what if analysis
  • HAZOP hazard and operability studies
  • FTA fault tree analysis
  • FMEA failure modes and effects analysis
  • ETA even tree analysis
  • PTA pre task analysis
  • PA problem analysis
  • PPA potential problem analysis
  • JSA job safety analysis
  • JSEA job safety and environmental analysis
  • JHA job hazard analysis
  • JTAP job task analysis and procedure
  • MORT management oversight and risk tree
  • fish bone diagram
  • causes and effect-bow tie
  • มอก.18004 หรือ M3E
  • risk assessment มาตรฐานสากลต่างๆ ฯลฯ เป็นต้น 
ดังกล่าวก่อนหน้านี้ ว่าการชี้บ่งและระบุอันตราย สำหรับกลุ่มงานเสี่ยงอันตรายสูง 7 ประเภทคือ 1. งานความร้อนและประกายไฟ /2. งานบนที่สูง /3. การทำงานนั่งร้าน /4. งานไฟฟ้าแรงสูง /5. งานขุดเจาะในเขตโรงงาน /6. งานขนถ่ายด้วยจักรกลผ่อนแรง /และ 7. งานที่อับอากาศ แนะนำให้ใช้วิธีประเมินสภาพงานหรือประเมินความเสี่ยง
การประเมินสภาพงานหรือการทำประเมินความเสี่ยง แนะนำเพิ่มเติมดังนี้ : 
  1. การประเมินสภาพงานหรือการประเมินความเสี่ยงมีหลายมาตรฐาน ให้เลือกใช้มาตรฐานที่ถนัดที่สุด
  2. ผู้ทำประเมินสภาพงานหรือประเมินความเสี่ยง ควรมีพื้นฐานที่ดี-เกี่ยวกับการวิเคราะห์ความปลอดภัย (JSA-Job Safety Analysis) หลังจากนั้นจึงฝึกใช้เครื่องมือนี้ เป็นลำดับถัดไป 
  3. การทำประเมินสภาพงานหรือประเมินความเสี่ยง หลังจากชี้บ่งและระบุอันตรายได้แล้ว จะต้องหาระดับความรุนแรงจากอันตรายที่อาจเกิด หลังจากนั้นให้กำหนดมาตรการควบคุมอุบัติเหตุที่มากพอกับระดับความรุนแรงที่ประเมินได้ /ส่วนเจเอสเอ หากชี้บ่งและระบุอันตรายได้ให้กำหนดมาตรการควบคุมอุบัติเหตุได้เลย ไม่ต้องหาระดับความรุนแรง /เชิงเปรียบเทียบ จึงถือว่า-การประเมินสภาพงาน-เป็นเครื่องมือที่สูงกว่า-เจเอสเอ- จึงแนะนำให้ใช้กับกลุ่มงานที่มีลักษณะเสี่ยงอันตรายสูง
  4. ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือนี้ ช่วงเริ่มแรก-ประมาณ 30 จ๊อบ ควรศึกษาเรียนรู้จากผู้ชำนาญการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน หลังจากมีความเข้าใจและมีความสามารถแล้ว จึงทำด้วยตนเองและฝึกสอนผู้อื่นเป็นลำดับถัดไป 
 
ทบทวนเรื่องที่สาม : การประเมินสภาพงานหรือการประเมินความเสี่ยง Risk Assessment 
notes บทความวิศวกรรมความปลอดภัยนี้ จะอ้างอิงมาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ AS/NZS 4360 : Risk Management, เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ปรากฎก็จะสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของมาตรฐานดังกล่าว 
การประเมินความเสี่ยง (AS/NZS 4360) เป็นการคาดการณ์ระดับความรุนแรงของอุบัติการณ์ที่อาจเกิด โดยมองถึงโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และผลกระทบที่ตามมา (Consequence) /ให้เริ่มศึกษาความหมายจำเพาะดังนี้ก่อน : 
 
โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ Likelihood Score 
  • Almost Certain-เกิดขึ้นบ่อย (5) : เหตุการณ์ที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ในเกือบทุกสถานการณ์ เกิดได้มากกว่า ครั้งต่อปี
  • Major-น่าจะเกิดขึ้น (4) : เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ และเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับงานลักษณะนี้
  • Possible-มีโอกาสเกิด (3) : เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
  • Unlikely-ไม่น่าเกิดขึ้น (2) : เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง แต่บางสถานการณ์เท่านั้น
  • Rare-เกิดยากมาก (1) : เกิดยากมาก ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ภายใต้สถานการที่จำเพาะเท่านั้น
ผลกระทบที่อาจตามมา Consequence Score
  • Critical-เกิดขึ้นบ่อย (5) : บุคคลเสียชีวิตหรือมีผลกระทบกับกลุ่มคน เช่นบาดเจ็บจำนวนมากหรือตายหมู่
  • Major-น่าจะเกิดขึ้น (4) : บุคคลเสียชีวิตหรือหรือทุพพลภาพรุนแรงเช่น อัมพาตหรือสูญเสียอวัยวะ
  • Moderate-มีโอกาสเกิด (3) : บาดเจ็บขั้นรุนแรง ไม่สามารถรักษาให้หายตามปกติได้ เช่นแผลไหม้รุนแรงบนผิวหนังส่วนใหญ่ของร่างกาย สมองกระทบกระเทือน การบาดเจ็บที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น
  • Minor-ไม่น่าเกิดขึ้น (2) : เกิดการบาดเจ็บ แต่สามารถรักษาให้หายตามปกติได้
  • Low-น้อยมาก (1) : เกิดการบาดเจ็บหรือไม่สบายเล็กน้อยในระยะเวลาสั้นๆ เช่นถูกบาด รอยถลอก โดนเปลวความร้อนหรือโดนแสงแดดจ้าแสบร้อน
 

เห็นได้ว่าการทำประเมินความเสี่ยงหรือการทำประเมินสภาพงาน จะได้ความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับคือ 
  • ต่ำหรือเล็กน้อย-Low
  • ปานกลาง-Moderate
  • สูง-High
  • ร้ายแรง-Extreme
 

ทบทวนเรื่องที่สี่ : มาตรการควบคุมอันตราย Hazards Control or Control of Measure
notes บทความฉบับนี้-นำเสนอวิธีการที่ผนวกรวมระหว่างทฤษฎีเชิงปฏิบัติการ + การเก็บข้อมูลการทำงานจริงจากภาคสนาม 10-15 ปี /จึงนำมาแนะนำในลำดับนี้ และไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีเดิมที่ใช้ศึกษาในมหาวิทยาลัย & ในสถานศึกษา มีความผิดปกติแต่อย่างใด (ทฤษฎีเรียนรู้ในบางสถานศึกษา กำหนดมาตรการควบคุมอุบัติเหตุระดับพื้นฐานไว้ 3 แบบคือ : ควบคุมที่แหล่งกำเนิด ควบคุมที่ทางผ่านและควบคุมที่ตัวบุคคล : Source-Pathway-Receiver) 
การควบคุมอุบัติเหตุ จะเกิดขึ้นหลังจากชี้บ่งและระบุอันตราย เน้นย้ำเสมอว่า-ลำดับทำงานใดก็ตามที่พบว่ามีอันตรายแฝงอยู่ให้กำหนดมาตรการควบคุมป้องกันอุบัติเหตุ & กระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน-อันตรายก็จะแตกต่างกัน ฉะนั้นมาตรการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุจึงต้องใช้มาตรการที่แตกต่างกันไปด้วย, สำหรับทฤษฏีเชิงปฏิบัติการ เรามีทั้งหมดห้ามาตรการ แต่ส่วนมากจะใช้เพียง 3 มาตรการ
 
มาตรการควบคุมอุบัติเหตุ Control of Measure 
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยแยกงานออกจากอันตราย eliminate get rid of the hazards
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยเลือกใช้วิธีหรือกระบวนการที่อันตรายน้อยกว่าแทน substitute replace with less hazardous material or process
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยวิธีทางวิศวกรรม Engineering a Solution
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยวิธีบริหารจัดการ Adminitrative Control
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ตรงกับลักษณะงาน personal protective equipment correct for work task 
ดังกล่าวแล้ว การทำงานในลักษณะซ่อมบำรุงหรือตรวจ-รักษาสภาพเครื่องจักรอุตสาหกรรม  ส่วนมากจะใช้ 3 มาตรการหลังคือ มาตรการบริหารจัดการ มาตรการทางวิศวกรรมและใช้พีพีอี : จึงขยายความเพิ่มดังนี้ 
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยมาตรการทางวิศวกรรม Enginerring a Solution : ใช้เครื่องป้องกันระหว่างอันตรายกับคนหรือตัดแยกระบบ (barriers, isolation) guards between people and hazards : คือการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพื่อควบคุมอันตรายซึ่งเรามักเรียนรู้เป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นแถบกันเตือน แถบกั้นอันตรายและธงริ้ว, รั้วแข็ง สัญลักษณ์ความปลอดภัยและหมายความรวมถึงการนำมาใช้หรือยกเลิกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ตามลักษณะงานด้วย
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยวิธีบริหารจัดการ Adminitrative Control : ตัวอย่างเช่น มีระบบเอกสารสนับสนุนการปฏิบัติงาน เช่นขออนุญาตทำงาน ระเบียบปฏิบัติ คู่มือคำแนะนำ ใช้มาตรฐานสากล ใช้กฎหมาย ฝึกอบรมคน ฯลฯ เป็นต้น
  • ควบคุมอุบัติเหตุ โดยใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตรงกับลักษณะงาน personal protective equipment correct for work task : พีพีอี แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ อุปกรณ์ระดับพื้นฐานและระดับพิเศษเฉพาะงาน /การใช้พีพีอีเป็นมาตรการร่วมเท่านั้น หมายความว่านอกจากใช้มาตรการข้างต้นแล้ว ก็ให้ใช้มาตรการนี้ร่วมด้วยเสมอ  

ตัวอย่าง : พื้นที่ปฏิบัติงานคับแคบ มีท่อน้ำดิบขวางกั้นพื้นที่ ขณะทำงานฯ โดยลำตัวอยู่ในลักษณะคุดคู้ไม่สะดวก อาจมีผลกระทบทางด้านเออร์โกโนมิกส์, การควบคุมอุบัติเหตุ
  • ถอดท่อเป็นการชั่วคราวเพื่อให้คนทำงานไม่ต้องคุดคู้ หลังจากงานแล้วเสร็จจึงประกอบฯ กลับ, กรณีเช่นนี้เรียกว่าการควบคุมอุบัติเหตุโดยทางวิศวกรรม
  • กรณีไม่ควรถอดท่อ-ออก เนื่องจากยากลำบากเกินไปและไม่คุ้มทุน คนต้องทำงานลักษณะลำตัวคุดคู้ แต่บริหารจัดการโดยเขียนไว้ในคู่มือคำแนะนำ (Work Instruction) ให้จัดผู้ปฏิบัติงานเป็น 2 ทีม โดยกำหนดให้สลับกันทำงานทีมละหนึ่งชั่วโมง, กรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นการควบคุมอุบัติเหตุโดยทางบริหารจัดการ

ขั้นตอนการประเมินสภาพงานหรือประเมินความเสี่ยง
  • กำหนดขั้นตอนปฏิบัติงานตั้งแต่ขั้นตอนแรกกระทั่งงานแล้วเสร็จ (Creat Working Steps)
  • นำแต่ละขั้นตอนมาพิจารณา เพื่อชี้บ่งและระบุอันตราย (Hazards Identified) ซึ่งต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มของอันตราย P=Physical Hazeads อันตรายทางด้านกายภาพ, C=Chemical Hazard อันตรายทางด้านเคมี, B=Biological Hazard อันตรายทางด้านไบโอโลจิคัล, และ E=Ergonomice Hazard อันตรายทางด้านเออร์โกโนมิกส์
  • ประเมินระดับความเสี่ยงก่อนกำหนดมาตรการควบคุม, ว่าอยู่ระดับใด (L-M-H-E)    
  • กำหนดมาตรการควบคุมอุบัติเหตุ
  • ประเมินระดับความเสี่ยงหลังกำหนดมาตรการควบคุม ต้องอยู่ที่ระดับ low=ต่ำ /หากลำดับทำงานใด ไม่สามารถลดระดับความรุนแรงให้ลงถึงระดับ low ได้-ให้ควบคุมโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ (likelihood) ให้เหลือระดับต่ำที่สุด และเมื่อดำเนินการเช่นนี้แล้ว ความเสี่ยงนั้นถือว่าอยู่ระดับที่ยอมรับได้

กลับหน้าแรก : คลิ๊กตรงนี้
กลับเมนูหลัก ความปลอดภัยการทำงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู คุณสมบัติของผู้เกี่ยวข้องกับงานที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู วิธีการ หลักเกณฑ์บ่งชี้ที่อับอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู บทบาท หน้าทีและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การขออนุญาตเข้าทำงานและการขออนุญาตเลิกงาน : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู การตรวจวัดก๊าซและเทคนิคระบายอากาศ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลและ SCBA : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู แผนฉุกเฉินและอุปกรณ์ช่วยชีวิต ช่วยเหลือ : คลิ๊กตรงนี้
ไปยังเมนู หลักสูตรที่ฝึกอบรมและสัมมนา คลิ๊กตรงนี้ 

  
MENU
 
WEB LINK
 
VISIT
 สถิติวันนี้ 111 คน
 สถิติเมื่อวาน 128 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3505 คน
26108 คน
1037866 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-14
 
Copyright (c) 2006 by Ronnarong